กิจกรรมเครือข่ายฯ

กระแสร้อนเรื่อง "การเข้าถึงยา" ยังเป็นประเด็นที่ต้องพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะการประกาศใช้สิทธิ ตามสิทธิบัตร หรือ เรียกกันสั้นๆ ว่า "ซีแอล" การเรียกร้องครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแต่จะเพื่อให้ผู้ติดเชื้อฯ ได้เข้าถึงยาที่จำเป็นเท่านั้น แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ยังหมายถึง การเปิดทางให้ "คนจน" ทั่วประเทศ ได้รับความเป็นธรรมจากการ "เอารัด เอาเปรียบ" ของบริษัทยาข้ามชาติ แต่น่าเสียดาย ที่รัฐบาลกลับยังมองไม่เห็นถึง "สิทธิ" อันพึงมีของผู้ป่วย การต่อสู้เพื่อปลดแอกคนไทย จากปัญหายาราคาแพง จึงยังคงต้องดำเนินต่อไป..

อ่านต่อ
"บายเยอร์คลับ" การทำงานคู่ขนาน กับการเคลื่อนไหวระดับนโยบาย เพื่อให้ยาราคาถูก เพราะแม้ปัจจุบัน จะมีการบรรจุสิทธิประโยชน์ เรื่องการจ่ายยาต้านไว้รัส ไว้ในระบบหลักประกันสุขภาพ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายประการ ทำให้ผู้ติดเชื้อฯ บางคนไม่สามารถรับบริการได้ "บายเยอร์คลับ" เป็นการรวมกลุ่มกัน เพื่อจัดหายาราคาถูก ด้วยช่องทางต่างๆ สำหรับผู้ติดเชื้อฯ ที่มสามารถจ่ายค่ายาได้เอง
อ่านรายละเอียด

  • ความเป็นมาของเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ
  • วิสัยทัศน์ในการทำงาน
  • เครือข่ายฯภาคต่างๆ
   
 

จุดเริ่มต้น..จากกลุ่มสู่เครือข่าย

ย้อนหลังกลับไปช่วงก่อนปีี 2538 ซึ่งเป็นช่วงที่ปัญหาการระบาดของเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง ผู้้ติดเชื้อฯจำนวนมากถูกผลักดันออกจากชุมชน เพียงเพราะความไม่เข้าใจของผู้คนในสังคม ส่งผลให้แต่ละคนต้องพยายามหาที่ยืนให้กับตัวเอง โดยการมาพบปะให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน
แต่จากจุดเริ่มต้นเพียงแค่ความหวังในการหาที่พึ่งทางใจ จากคนที่ตกอยู่ในปัญหาเดียวกันนี้เอง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มกันของผู้ติดเชื้อฯ ในพื้นที่ต่างๆ อย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคเหนือตอนบน และภาคกลาง

ประจวบเหมาะกับในช่วงปี 2538 มีการจัดประชุมผู้ติดเชื้อฯ นานาชาติขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ก็กลายเป็นแรงกระตุ้นอย่างดีให้กลุ่มผู้ติดเชื้อฯในประเทศไทย และองค์กรต่างๆ เริ่มมองเห็นความสำคัญของการรวมกลุ่ม และเชื่อมประสานเป็นเครือข่ายการทำงานมากขึ้น

งานหลักๆของกลุ่มผู้ติดเชื้อฯในช่วงแรก มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือกันในหมู่สมาชิก เช่น การประชุมกลุ่มหรือการพบปะประจำเดือน ให้สมาชิกได้มีโอกาสได้พบเพื่อน และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่างๆ การเยี่ยมบ้านเพื่อนสมาชิกที่มีปัญหา การช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจเฉพาะหน้า การช่วยเหลือด้านทุนการศึกษากับเด็กที่ได้รับผลกระทบ เป็นต้น ก่อนที่ต่อมากลุ่มผู้ติดเชื้อฯ ในหลายพื้นที่ได้ขยายขอบเขตการทำงานมากขึ้น เช่น การเป็นวิทยากรสร้างความเข้าใจเรื่องเอดส์ในชุมชน จนกระทั่งนำไปสู่การพยายามให้ชุมชนเห็นปัญหา และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเอดส์

อย่างไรก็ดี จากการเรียนรู้ของหลายกลุ่มก็พบว่า มีงานอีกหลายอย่างที่ในระดับกลุ่มเองยังไม่สามารถทำงานแก้ไขปัญหาได้ เพื่อนสมาชิกยังไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม การละเมิดสิทธิมนุษยชนยังเกิดขึ้นกับผู้ติดเชื้อฯ รวมทั้งเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ สังคมโดยรวมยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเรื่องเอดส์ ดังนั้นจึงมีการพบปะกันระหว่างกลุ่ม จนรวมเป็นเครือข่ายในระดับจังหวัด ระดับภาค เพื่อจะได้เห็นมุมมองกลุ่มอื่นๆ ในการทำงาน และร่วมคิด ร่วมผลักดันด้านนโยบายการแก้ปัญหาเอดส์ รวมทั้งเป็นตัวแทน เป็นปากเสียงของผู้ติดเชื้อฯ ในการเสนอปัญหาและมีส่วนร่วมในการทำงานต่อระดับนโยบายของรัฐบาล


กระทั่งวันที่ 8-10 ตุลาคม 2540 จึงมพบปะกันของตัวแทนผู้ติดเชื้อฯ ครั้งใหญ่ ในการประชุมสมัชชาผู้ติดเชื้อฯในประเทศไทย ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ ภายใต้การสนับสนุนขององค์กรพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ โดยการพบกันในครั้งนั้นที่ประชุมได้มีมติก่อตั้ง “เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย” ขึ้นมา และถือเป็นการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายระดับประเทศอย่างเป็นทางการของไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เกิดการรวมตัวกันในระดับภาคมาแล้ว คือ เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯภาคเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคอีสาน

ผลจากการรวมตัวกันครั้งแรกนี้ ได้มีการวางเป้าหมายการทำงานของเครือข่าย และมีการเลือกตั้งคณะกรรมการเครือข่าย โดยคัดเลือกจากตัวแทนของทุกภาค เพื่อเป็นกลไกในการทำงานเครือข่าย จากนั้นแกนนำจากแต่ละภาค ก็กลับไปดำเนินภารกิจของแต่ละภาค อย่างไรก็ตามในระยะแรกการทำงานด้านแผนงานร่วมในระดับนโยบาย ยังไม่มีการสานต่อที่ชัดเจนนัก

จนกระทั่งในปี 2542 มีการประชุมสมัชชาเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ครั้งที่ 2 ที่ จ.หนองคาย ซึ่งมีแกนนำกลุ่มเข้าร่วมจากเครือข่ายฯภาคต่างๆ คือ ภาคเหนือตอนบน ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และ ภาคเหนือตอนล่าง มาเข้าร่วมประชุม ขณะที่ในส่วนของภาคใต้ แม้ในขณะนั้นจะยังไม่มีการรวมตัวเป็นเครือข่าย แต่ก็มีตัวแทนจากกลุ่มในพื้นที่เดินทางมาร่วมประชุม

โดยในการประชุมครั้งนี้ เครือข่ายได้เห็นความชัดเจนมากขึ้นว่า นอกจากปัญหาการถูกรังเกียจ กีดกัน ยังมีปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นคือ เรื่องการเข้าถึงการรักษา รูปธรรมที่สะท้อนปัญหานี้ชัดเจน คือ จากการสำรวจการได้รับยาป้องกันโรคปอดอักเสบพีซีพี (ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของผู้ติดเชื้อ) ของแกนนำที่มาร่วมประชุม พบว่า มีผู้ที่เข้าเกณฑ์การรับยาป้องกัน ได้รับยาไม่ถึง 50% ทั้งที่ยาป้องกันหาได้ ราคาไม่แพง แต่ระดับแกนนำผู้ติดเชื้อ ไม่สามารถเข้าถึงได้ และนั่นยังไม่รวมถึงสถานการณ์การเข้าถึงยาต้านไวรัส ที่แทบไม่ต้องนึกถึงในสถานการณ์ขณะนั้น


จากการพบกันครั้งนี้ เครือข่ายมีเป้าหมายและแผนงานร่วมกันมากขึ้น โดยเฉพาะแนวทางการทำงานเรื่องการเข้าถึงการรักษา ซึ่งงานดังกล่าว มีแนวร่วมที่เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่พร้อมร่วมทำงานด้วยอย่างชัดเจน เริ่มจากการทำงานเพื่อเข้าถึงการป้องกันและรักษาโรคฉวยโอกาส และขยายสู่การทำงานเพื่อการเข้าถึงการรักษาด้วยยาต้านไวรัส

"..การพบกันครั้งนั้น เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เครือข่ายเห็นว่า เรื่องการเข้าถึงการรักษา เป็นงานเร่งด่วน ที่เราต้องลงมืออย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้น ก็จะไม่มีวันเกิดการเปลี่ยนแปลง เราต้องทนดูเพื่อนผู้ติดเชื้อฯ ต้องตายลงทุกวัน เพราะไม่รู้เรื่องการดูแลตนเอง และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และต้องจำยอมกับสิ่งที่เกิดขึ้น.."

นับจากนั้นมา การทำงานของเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯในประเทศไทย จึงเข้มข้นขึ้น และเข้มข้นขึ้น จนถึงปัจจุบัน

   
   
 

วิสัยทัศน์ในการทำงาน

เพื่อให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และชุมชน ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างสมศักดิ์ศรี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมที่มีคุณภาพ

ในขณะเดียวกันเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ก็ได้มีการประสานงานระหว่างกลุ่มและเครือข่ายในทุกระดับ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์ในการทำงานด้านต่างๆ โดยมุ่งหวังให้กลุ่มผู้ติดเชื้อฯเกิดการเรียนรู้ และมีทักษะในการทำงานที่เข้มแข็ง ชัดเจน และมีเอกภาพในการทำงานร่วมกัน

เป้าหมายการทำงาน

    • เพื่อให้ผู้ติดเชื้อฯ ได้รับการดูแลรักษาที่รอบด้านอย่างมีมาตรฐาน และทั่วถึง เท่าเทียม โดยคำนึงถึงการส่งเสริมโอกาสให้แก่กลุ่มผู้ติดเชื้อฯ ที่เข้าถึงยาก (เช่น คนรักเพศเดียวกัน ผู้ใช้ยาเสพติด แรงงานพลัดถิ่น เด็ก ผู้หญิง ฯลฯ)
    • ผู้ติดเชื้อฯ / ผู้ได้รับผลกระทบจากเอดส์ สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ โดยชุมชนเข้าใจ ยอมรับ และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเอดส์
    • สมาชิกกลุ่มผู้ติดเชื้อฯ และเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ มีศักยภาพในการทำงาน โดยมีทิศทางกลไกการประสานงาน และความโปร่งใสตรวจสอบได้
    • สมาชิกกลุ่มผู้ติดเชื้อฯ และเครือข่ายฯ มีความเข้าใจเรื่องสิทธิ และมีกลไกในการดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิด้านเอดส์

   
   
   
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย  

494 ซอยนครไทย 11 ลาดพร้าว 101 คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพ 10240
โทรศัพท์ 0-2377-5065 แฟกซ ์ 0-2377-9719 E-mail : tnpth@thaiplus.net

เครือข่ายฯ ภาคเหนือตอนบน
485/30 ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
โทรศัพท์ 0-5330-4045

รายชื่อกลุ่มผู้ติดเชื้อฯในภาคเหนือตอนบน (click)

เครือข่ายฯภาคเหนือตอนล่าง
151/21 ซ.ธรรมบูชา 17 ถ.ธรรมบูชา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0-5521-4209

รายชื่อกลุ่มผู้ติดเชื้อฯในภาคเหนือตอนล่าง (click)

เครือข่ายฯภาคกลาง
494 ซ.นครไทย 11 ลาดพร้าว 101 คลองจั่น บางกะปิ กทม. 10240
โทรศัพท์ 0-2377-5060

รายชื่อกลุ่มผู้ติดเชื้อฯในภาคกลาง (click)

เครือข่ายฯภาคตะวันออก
22/3 ถ.สุขุมวิท เทศบาลมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง 21150
โทรศัพท์ 0-3860-8094-6

รายชื่อกลุ่มผู้ติดเชื้อฯในภาคตะวันออก (click)

เครือข่ายฯภาคตะวันตก
64/2 ถ.แสงชูโต ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000
โทรศัพท์ 0-3451-8432

รายชื่อกลุ่มผู้ติดเชื้อฯในภาคตะวันตก (click)

เครือข่ายผู้ติดเชื้อ ภาคอีสาน

เขต 5
337 หมู่ 5 หมู่บ้านเทพธานี ถ.มิตรภาพ-หนองคาย ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30310

เขต 6
137/1 ซ.นันทนา (ทหาร 1 ) ถ.กสิกรทุ่งสร้าง ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 0-4333-0714

เขต 7
310/5 หมู่ 11 ซ.ราษฎร์บำรุง ถ.คลังอาวุธ ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000

รายชื่อกลุ่มผู้ติดเชื้อฯในภาคอีสาน (click)

เครือข่ายฯภาคใต้
53/13 ซ.18/1 ถ.เพชรเกษม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
โทรศัพท์ 0-7436-4831

รายชื่อกลุ่มผู้ติดเชื้อฯในภาคใต้ (click)