รู้จักเครือข่าย
งานเครือข่าย
การทำงานกับ รพ. ของกลุ่ม
กว่าจะถึงวันนี้ "ยาต้าน"...
ชมรมจัดซื้อยา
การต่อสู้เรื่องสิทธิบัตร
 สมาชิกเครือข่าย
LINKS
สำนักโรคเอดส์
FTA watch
มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
สำนักงานหลักประกัน
สำนักงานประกันสังคม
ประชาไท
มพบ.
ตรวจเลือด...ต้องสมัครใจ
 

ไม่เลือกไทยรักไทย จะไม่มี 30 บาทรักษาทุกโรคจริงหรือ

 

      

ที่มา   http://www.consumerthai.org//good/show_page.php?t=7&s_id=86&d_id=84

 

ไม่เลือกไทยรักไทย จะไม่มี 30 บาทรักษาทุกโรคจริงหรือ

     ต้องตอบตรง ๆ ว่าไม่จริง เพราะ 30 บาทรักษาทุกโรคเป็นเพียงภาษาการตลาดของพรรคไทยรักไทย แต่การเข้าถึงบริการสุขภาพได้ถูกรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ และมีกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติรองรับ ซึ่งเกิดจากการริเริ่มของหลายฝ่ายทั้งจากนักวิชาการ และองค์กรภาคประชาชน 12 เครือข่าย ภายใต้ชื่อ “โครงการรณรงค์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ภาคประชาชน” ที่ได้ร่วมกันรณรงค์เคลื่อนไหวผลักดันเรื่องนี้มาตั้งปี 2542 โดยได้รวบรวมรายชื่อประชาชน จำนวนมากกว่า 70,000 รายชื่อ เพื่อเสนอเป็นกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติฉบับประชาชน และมีผลบังคับใช้ไปแล้ว ตั้งแต่ 18 พฤศจิกายน 2545

     แต่ในช่วงเวลานั้น เป็นช่วงใกล้เลือกตั้ง จึงได้มีการประสานงานกับทุกพรรคการเมืองเพื่อให้ช่วยสนับสนุน กฎหมายฉบับภาคประชาชน ในขณะนั้นพรรคไทยรักไทย ได้ช่วงชิงนำไปเป็นนโยบายของพรรค และ จัดทำเนื้อหากฎหมายที่ไม่แตกต่างจากของประชาชนเป็นฉบับของพรรคโดยไม่ได้อ้างถึง ความพยายามของภาคประชาชนที่ผลักดันเรื่องนี้เลย

ไทยรักไทยกำลังทำให้ 30 บาทตายเพราะนโยบาย FTA

     พรรคไทยรักไทยได้เดินหน้าอย่างเร่งรีบในการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี(FTA) หลายด้านกับหลายประเทศ โดยเฉพาะด้านทรัพย์สินทางปัญญาและด้านบริการสุขภาพ โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านท้วงติงทั้งจากสมาชิกวุฒิสภา กรรมาธิการหลายคณะของวุฒิสภา สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นักวิชาการและองค์กรประชาชน เพียงเพราะคนบางตระกูล และพรรคพวก(บริวาร)รัฐบาลได้ประโยชน์เพราะกว้านซื้อโรงพยาบาลเอกชนไว้จำนวนมาก จึงเดินหน้าเต็มที่ให้คนไข้จากต่างประเทศมาแย่งใช้บริการสุขภาพ หรือการส่งเสริมการใช้บริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเมืองไทย ซึ่งจะทำให้มีปัญหากับคุณภาพและบริการสุขภาพในประเทศ

หยุดโกหกประชาชน

พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ประกาศใช้ ในเดือน พ,ย, พ.ศ.2545 นั่นหมายความว่า ไม่มีนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาลใด กล้ายกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงหลักการ “การเข้าถึงการรักษาพยาบาลของคนไทยทุกคนได้” ถ้าไม่มีการแก้ไข กฎหมาย หรือยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ ในสภา

     ดังนั้น การที่หัวหน้าพรรคไทยรักไทย พูดว่า “ถ้าไม่เลือกไทยรักไทย ไม่เลือกทักษิณ แล้ว จะไม่มี 30 บาทรักษาทุกโรคนั้น” จึงเป็นคำพูดที่โกหก ไม่เป็นจริง และเป็นการสร้างความเข้าใจที่ผิดให้กับประชาชน เพื่อหวังผลทางการเมือง

เครือข่ายประชาชนไม่สนับสนุนการจ่าย 30 บาท เพราะที่แท้จริงแล้วไม่ควรต้องจ่ายซักบาท นั่นคือคนทุกคนต้องสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างมีคุณภาพและเท่าเทียมกันคำสำคัญคือ "คนทุกคน” นั่นคือขอให้เป็นมนุษย์ก็สมควรได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยไม่เสียค่าบริการทั้งสิ้น ปัจจุบันยังทำไม่ได้แต่ก็ควรช่วยกันพยายามทำให้ได้ คนทุกคนต้องได้ ไม่ใช่คนไทยทุกคนต้องได้ การให้หรือไม่ให้ใครได้รับการรักษาพยาบาลไม่ควรขึ้นกับมีหรือไม่มีบัตรประชาชน เพียงเป็นมนุษย์ก็ต้องให้ เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์

ไทยรักไทยไปได้ แต่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต้องอยู่

ไม่ต้องกลัวว่าหลักประกันสุขภาพจะหายไป เพราะหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นกฎหมาย รัฐบาลพรรคไหนก็คงไม่กล้ายกเลิกและไม่จริงอย่างที่ไทยรักไทยกล่าวอ้าง ประชาชนผู้ใช้บริการต้องช่วยกันผลักดันให้การรักษาพยาบาล ต้อง "มีมาตรฐาน” อีกคำคือ "มีคุณภาพ” และอีกคำคือ "อย่างเท่าเทียม” นั่นคือ ได้รับบริการโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นหลักประกันและสวัสดิการด้านสุขภาพ ต้องทำให้การรักษาพยาบาลไม่คิดถึงกำไรสูงสุด ของฟรีในโลกนี้มีได้ คนรวยคนจนได้เท่ากันด้วย ของฟรีต้องดีด้วย


เครือข่ายประชาชนที่ร่วมกันผลักดันหลักประกันสุขภาพในอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้แก่

  1. เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์: ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการให้ข้อมูล ให้ความรู้ ให้คำปรึกษาและคุ้มครองสิทธิของกลุ่มผู้ติดเชื้อฯ ฯลฯ

  2. เครือข่ายผู้บริโภค : ดำเนินกิจกรรมรณรงค์ ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค และผลักดันมาตรการและนโยบายคุ้มครองผู้บริโภค

  3. เครือข่ายแรงงานนอกระบบ : ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการให้ข้อมูล ให้ความรู้เรื่องการผลิต การดูแลสุขภาพ ความปลอดภัยในการทำงาน ฯลฯ

  4. เครือข่ายผู้พิการ : ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการให้ข้อมูล ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ แก่กลุ่มคนพิการ ฯลฯ

  5. เครือข่ายชุมชนแออัด : ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนด้านต่าง ๆ เช่น ที่อยู่อาศัย อาชีพ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ

  6. เครือข่ายเกษตร : ดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างทางเลือกในการผลิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ฯลฯ
    เครือข่ายธนาคารหมู่บ้านและกลุ่มออมทรัพย์ : ดำเนินกิจกรรมการออมทรัพย์ พัฒนาอาชีพ จัดระบบสวัสดิการของสมาชิก ฯลฯ

  7. เครือข่ายชนกลุ่มน้อย : ดำเนินกิจกรรมเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มพี่น้องชนเผ่าและคนบนพื้นที่สูง

  8. เครือข่ายองค์กรชุมชนและประชาสังคม : ดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาชุมชนด้านต่าง ๆ โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ฯลฯ

  9. เครือข่ายผู้หญิง :ดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาและส่งเสริมสิทธิสตรีในด้านต่างๆ

  10. เครือข่ายเด็ก: ดำเนินกิจกรรมสิทธิเด็ก และการมีส่วนร่วมของเด็กในด้านต่าง ๆ

  11. ผู้สูงอายุ: ดำเนินกิจกรรมด้านการส่งเสริมสวัสดิการผู้สูงอายุ และให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางสังคม
     

ข้อเสนอต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หลัง พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร ลาออก
โดย … โครงการรณรงค์เพื่อหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ภาคประชาชน

 

การมีส่วนร่วมของประชาชนในระบบหลักประกัน

คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด

  1. ขอให้เพิ่มสัดส่วนกรรมการประชาชนระดับชาติให้ครบทั้ง 9 ด้าน

  2. สนับสนุนให้มีการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการพัฒนาศักยภาพของประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นกรรมการในระดับต่าง ๆ

  3. ให้แก้ไขกฎระเบียบการคัดเลือกคณะอนุกรรมการในระดับจังหวัด โดยให้ สปสช. สาขาจังหวัดนั้น ๆ ร่วมกับศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เป็นผู้จัดกระบวนการสรรหาและได้มาซึ่งผู้แทนประชาชนในแต่ละจังหวัด
    ขอให้คงไว้ซึ่งคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดทั้งสามคณะ และแก้ไขระเบียบเพื่อปรับสัดส่วนขององค์ประกอบให้เท่า ๆ กัน ระหว่างผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน

  1. กำหนดให้ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เป็นกลไกในโครงสร้างตาม พรบ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามมาตรา 50 (5) และ (7) เพื่อเป็นหน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระในพื้นที่

  2. ให้ สปสช. สนับสนุนงบประมาณสำหรับการดำเนินงานศูนย์ประสานงานอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ เช่น สนับสนุนตามจำนวนประชากรที่รับผิดชอบ

  3. สนับสนุนให้ศูนย์ประสานงานมีส่วนร่วมกับสปสช.ระดับจังหวัดในกระบวนการได้มาซึ่งผู้แทนคณะอนุกรรมการในระดับจังหวัด

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

  1. สนับสนุนให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือในพื้นที่ของตนเอง

  2. ให้มีการพัฒนาศักยภาพ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งเรื่องการบริหารจัดการระบบการเงิน ระบบบริการสุขภาพ การควบคุมคุณภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการกระจายอำนาจในการการบริหารจัดการกองทุน

 

สิทธิและสิทธิประโยชน์

  1. ขอให้มีกองทุนเริ่มต้นเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงบริการแก่บุคคลที่ยังไม่มีเลข 13 หลักเพื่อลดภาระแก่หน่วยบริการ เช่น ชนกลุ่มน้อย คนไร้บ้าน คนชายขอบ ชาวเล แรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้จดทะเบียน โดยคิดเงินกองทุนเบื้องต้นจากงบประมาณค่าใช้จ่ายในปีที่ผ่านมาของบุคคลกลุ่มนี้และให้เพิ่มตามสัดส่วนงบประมาณ

  2. ขอให้เพิ่มชุดสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมทุกโรคทุกคน เช่น ไตวายและโรคจิตเรื้อรัง และมีการกำหนดระยะเวลาที่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจน
    ให้สนับสนุนเวชภัณฑ์กับผู้ป่วยเรื้อรัง / ผู้พิการ ที่พักฟื้นอยู่ที่บ้านโดยไม่จำเป็นต้องเป็นไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อลดภาระของหน่วยบริการ

  3. ขอให้แก้ไขระเบียบการใช้บริการในกรณีฉุกเฉิน เหตุสมควรตามมาตรา 7รวมทั้งหน่วยบริการควรจัดให้มีศูนย์ให้บริการให้คำปรึกษาเพื่อรับคำแนะนำในการใช้บริการ เพราะไม่สามารถเข้าถึงบริการในกรณีฉุกเฉินได้ในปัจจุบัน
    การตรวจสุขภาพ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง สำหรับกลุ่มเสี่ยงมาก เช่น แรงงานนอกระบบ กลุ่มเกษตรกรใช้สารเคมี และรวมถึงกลุ่มอาชีพให้บริการทางเพศ


การเงินการคลัง

  1. ให้มีการจัดสรรงบประมาณกระจายตามหัวประชากร "คนอยู่ที่ไหน เงินไปที่นั่น"

  2. ขอให้ยุบกองทุนตาม พรบ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ รวมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เนื่องจากผู้ใช้บริการประสบปัญหาไม่สามารถใช้บริการและต้องเสียงเงินค่าใช้จ่ายในการรับริการ

  3. ข้อเสนอต่อกองทุนประกันสังคม 3 แบบคือ

  • จัดสรรส่วน 1.5% จากกองทุนประกันสังคม เป็นการรักษาพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพ ให้ สปสช. บริหารจัดการ

  • ไม่มีการเก็บเงิน1.5% กับผู้ประกันตน และให้ใช้บัตร 30 บาท ร่วมกันทั้งหมด จ่ายแค่ 3.5 % สำหรับสิทธิประโยชน์ อื่น ๆ

  • ให้ผู้ประกันตนเลือกว่าจะจ่ายหรือไม่จ่า 1.5% ด้วยก็ได้

  • สนับสนุนให้ 1330 และศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน ในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบเรื่องการช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา 41

  • ขอให้แก้ไขระเบียบในการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ตามมาตรา 41 รวมทั้งการ ขยายวงเงินการให้ความช่วยเหลือกับผู้ใช้บริการที่ได้รับความเสียหายจากหน่วยบริการ เนื่องจากการให้การช่วยเหลือเบื้องต้นในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของประชาชน

  • ขยายการคุ้มครองการช่วยเหลือเบื้องต้น ต่อข้าราชการและผู้ประกันตน


ข้อตกลงเขตการค้าเสรี

  1. ให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เสนอให้รัฐบาลทบทวนข้อตกลงเขตการค้าเสรีที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรและระบบบริการสุขภาพ เช่น ข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศญี่ปุ่นที่อนุญาตให้คนญี่ปุ่นมาใช้บริการโดยเบิกงบประมาณจากระบบหลักประกันของประเทศญี่ปุ่น 70 %

  2. ให้สปสช. ดำเนินการบังคับใช้สิทธิกับยาที่จำเป็นต่อชีวิตที่มีสิทธิบัตร การผูกขาดราคาแพง และไม่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ

เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศโดไทย
494 ซอยนครไทย 11 ลาดพร้าว 101 คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพ 10240
โทร. (66)2377-5065 แฟกซ์ (66) 2377-9719 E-mail : tnpth@thaiplus.net