|
หลังวันที่
1
ตุลาคม 2548
สำนักงานหลักประกันสุขภาพประกาศว่า
ผู้ติดเชื้อเอชไอวี
มีสิทธิที่จะได้รับยาต้านไวรัสในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
(ผู้มีบัตรทอง)
ในความจริงเป็นอย่างไร
ผู้ติดเชื้อทุกคน ใครก็ได้
เมื่อเดินไปที่โรงพยาบาล
จะได้รับยาต้านไวรัสเลย
อย่างนั้นหรือไม่
คนที่กินยาอยู่แล้ว
จะมีสิทธิรับยาต่ออย่างไร
คงเป็นคำถามในใจเพื่อนผู้ติดเชื้อหลายคน
ใครที่จำเป็นต้องกินยาต้านไวรัส....
การดูแลรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี
เป็นแนวทางการรักษาที่สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้
ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีภูมิต้านทาน(ซีดี
4)
ต่ำลง
จะมีโอกาสเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆได้
ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องก็อาจเสียชีวิตได้
ยาต้านไวรัส
เป็นยาที่ใช้เพื่อยับยั้งการเพิ่มจำนวนเชื้อไวรัสเอชไอวีในกระแสเลือด
เมื่อจำนวนเชื้อไวรัสลดลงจะมีผลให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานมากขึ้นได้
ทำให้ลดการเจ็บป่วยด้วยโรคฉวยโอกาสต่างๆ
ยาต้านไวรัส(สำหรับผู้ใหญ่)
จะเป็นประโยชน์ในกรณี...
1)
ผู้ติดเชื้อที่มีโรคฉวยโอกาส
เช่น เชื้อราเยื่อหุ้มสมอง
,ฝีในสมอง
,ปอดอักเสบจากเชื้อพีซีพี
,วัณโรคนอกปอด,MAC
,CMV
2)
ผู้ติดเชื้อที่มีอาการ
หรือโรคฉวยโอกาส เช่น
เชื้อราในปาก/หลอดอาหาร
,วัณโรคปอด ,พีพีอี
,ท้องเสียเรื้อรัง เป็นต้น
และมี ซีดี
4
น้อยกว่า 250
ร่วมด้วย
3)
ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือโรคฉวยโอกาส
แต่ ซีดี
4
น้อยกว่า 200
ผู้ที่มีลักษณะข้อใดข้อหนึ่งข้างต้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่จำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัส
ดังนั้นจึงไม่ใช่ผู้ติดเชื้อทุกคนที่จำเป็นต้องกินยาต้านไวรัส
อย่างไรก็ตาม
การกินยาต้านไวรัสก็มีหลายอย่างที่ผู้ติดเชื้อต้องเผชิญ
และต้องเป็นคนพิจารณาและตัดสินใจเองว่าพร้อมที่จะรับยาต้านหรือยัง
เพราะการกินยาต้านต้องเคร่งครัดเรื่องการกินตรงเวลา
กินต่อเนื่องตลอดชีวิต
กินๆหยุดๆไม่ได้
เพราะจะเกิดการดื้อยา
ผู้ติดเชื้อบางคน
เมื่อกินยาต้าน
อาจมีโอกาสเกิดการแพ้ยาหรืออาจมีอาการข้างเคียงได้
(การแพ้ยา
และอาการข้างเคียง
สามารถจัดการได้)
การกินยาที่ถูกต้อง
ต่อเนื่อง และตรงเวลา
เป็นหัวใจสำคัญของการรักษาด้วยยาต้านไวรัสให้ได้ผล
สิทธิประโยชน์
ในเรื่องเอชไอวี/เอดส์
ครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง
·
สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่าตนเองติดเชื้อหรือไม่
ผู้ที่ไม่รู้ผลเลือดตัวเอง
และมีความกังวลใจ
สงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวี
สามารถขอรับบริการให้คำปรึกษาและ
การตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้
ถ้าไปตรวจเลือดและผลเป็นลบคือ
ไม่ติดเชื้อ
ควรได้รับบริการปรึกษาเพื่อส่งเสริมการป้องกันต่อไป
เช่น
สามารถขอรับถุงยางอนามัยได้ที่หน่วยบริการ
·
สำหรับผู้ตรวจเลือดแล้วพบว่า
ติดเชื้อเอชไอวี
1.1
สามารถรับการตรวจหาจำนวนภูมิต้านทาน
(CD4)
เพื่อประเมินภาวะสุขภาพและเข้ารับการรักษาที่เหมาะสม
โดยจะได้รับการตรวจซีดี
4
ทุก 6
เดือน
เมื่อมีโรคฉวยโอกาส
หรือภูมิต้านทานเริ่มต่ำลง
จะได้รับ การตรวจวินิจฉัย
การป้องกัน/ดูแลรักษาโรคฉวยโอกาส
และ ถ้าอยู่ในเกณฑ์
การรักษาด้วยยาต้านฯ
มีสิทธิที่จะได้รับการรักษาด้วยยาต้านฯ
สิทธิเกี่ยวกับยาต้านไวรัสเอชไอวีจะครอบคลุม
ทั้งสูตรพื้นฐานและสูตรสำรองกรณีดื้อยา
ทั้งเคยกินยาต้านมาก่อนและไม่เคย
ทั้งเด็ก
และผู้ใหญ่
(กรณีเด็ก
มีรายละเอียดเรื่องเกณฑ์การรับยาที่ต่างจากผู้ใหญ่)
ดังนั้น
คนที่กินยาอยู่แล้ว
หรือเคยกินยามาก่อน
ควรจะบอกข้อมูลกับแพทย์ทั้งหมด
เพื่อจะได้หาสูตรยาที่เหมาะสมได้
(การปิดบังว่าเคยกินยามาก่อน
อาจส่งผลให้ไม่ได้รับสูตรยาที่เหมาะสม
ทำให้การรักษาไม่ได้ผล)
·
สูตรพื้นฐานประกอบด้วย
(ข้างล่างเป็นชื่อยาต้านไวรัสเอชไอวี)
d4T
+ 3TC + NVP
AZT + 3TC
+ NVP
d4T + 3TC + EFV
AZT + 3TC
+ EFV
d4T + 3TC +
IDV /r
AZT + 3TC +
IDV/ r
กรณีที่มีอาการข้างเคียงหรือการแพ้ยา
มีตัวเลือกให้เพิ่มจากโครงการนภา
คือ
ddI NFV
·
ยาที่สามารถเลือกใช้ในสูตรสำรองกรณีดื้อยา
ประกอบด้วย
NRTI : AZT
3TC d4T ddI
PI : IDV
/r,
SQV/r, LPV/r
ปรับสูตรตามผลการตรวจเชื้อดื้อยา
โดยเริ่มพิจารณาใช้สูตรยาที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าก่อน
และหากใช้ไม่ได้
ค่อยปรับเป็นสูตรที่มีความเหมาะสมต่อไป
1.2
ผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านฯจะได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ดังนี้
-
การตรวจซีดี 4
หรือภูมิคุ้มกัน
เพื่อติดตามผลการรักษา
ทุก 6
เดือน
-
ตรวจหาจำนวนเชื้อไวรัส (ไวรัลโหลด)
6
เดือนหลังเริ่มการรักษาด้วยยาต้านไวรัส(หรือเริ่มยาสูตรใหม่)
จากนั้นปีละ 1
ครั้ง หรือ
มีข้อบ่งชี้ว่าการรักษาด้วยยาต้านฯอาจไม่ได้ผล
เช่น ซีดี 4
ลดลงมากกว่า 30%
จากระดับที่เคยสูงสุดหลังเริ่มกินยาต้านไวรัส
มีโรคฉวยโอกาสเกิดขึ้นหลังการรักษาด้วยยาต้านฯ
-
ตรวจหาเชื้อดื้อยา
ในกรณีที่ตรวจพบว่ามีจำนวนเชื้อไวรัสสูงกว่า
1,000
และผู้ป่วยไม่มีปัญหาการกินยาอย่างต่อเนื่อง
ถูกต้อง ตรงเวลา
แต่ถ้ามีปัญหากินยาไม่ต่อเนื่อง
ต้องแก้ปัญหาเรื่องการกินยาก่อน
แล้วตรวจไวรัลโหลดซ้ำอีกครั้ง
ถ้ายังคงสูงเกิน
1,000
จึงตรวจหาเชื้อดื้อยา และ
ปรับสูตรยาต้านฯ
-
การตรวจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
เช่น
ตรวจการทำงานของตับ,ตรวจความเข้มข้นของเลือด
เป็นต้น
1.3
จัดให้มีบริการให้คำปรึกษาและแจกถุงยางอนามัยเพื่อการป้องกัน
ใช้สิทธิ รับบริการ
ได้ที่ไหน..อย่างไร
1.
คนที่กินยาต้านฯอยู่แล้วในโครงการนภาของกระทรวงสาธารณสุข
(โครงการการเข้าถึงบริการยาต้านไวรัสเอดส์ระดับชาติสำหรับผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์)
.....คนที่มีบัตรทอง
แต่ปัจจุบันไม่ได้รับยาอยู่ในโรงพยาบาลที่ตนเองมีสิทธิ
จะต้องเลือกดำเนินการ
อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ
·
หากต้องการรับบริการต่อที่โรงพยาบาลที่รับยาอยู่ปัจจุบัน
-
ให้ทำเรื่องขอย้ายสิทธิบัตรทอง
มาที่โรงพยาบาลนั้น
หรือ
-
ติดต่อขอใบส่งตัวจากหน่วยบริการที่ระบุในบัตรทอง
ให้ส่งตัวมารับบริการที่โรงพยาบาลที่รับยา
·
หากต้องการกลับไปรับบริการตามสิทธิบัตรทอง
ให้ขอประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลที่รับยาอยู่ปัจจุบัน
ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลตามบัตร
.....คนที่มีสวัสดิการอื่น
เช่น
ประกันสังคม
หรือสวัสดิการข้าราชการ
ให้รีบดำเนินการติดต่อขอใช้สิทธิของตนเอง
โดยในช่วงการประสานงาน
จะยังได้ยาจากโครงการจนกว่าจะรับยาที่โรงพยาบาลตามสิทธิได้
.....คนที่ไม่มีบัตรทอง
และไม่มีสวัสดิการอื่นๆ
ให้รีบดำเนินการขึ้นทะเบียนทำบัตรทองโดยเร็ว
เพื่อจะได้มีสิทธิรับบริการ
2.
คนที่ยังไม่ได้รับบริการหรือไม่ได้รับยา
ให้ไปเริ่มใช้บริการตามหน่วยบริการที่ระบุในบัตรตามสิทธิของตนเอง
อย่างไรก็ตาม
หากผู้ที่มีสิทธิบัตรทอง
ไม่สะดวกใจ หรือ
ไม่พร้อมไปรับบริการที่โรงพยาบาลตามบัตร
มีสิทธิย้ายหน่วยบริการได้ไม่เกิน
2
ครั้งต่อปี
ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ปกติของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ
การขึ้นทะเบียน
·
ต่างจังหวัด
แจ้งได้ที่สถานีอนามัย
หรือโรงพยาบาลของรัฐ
·
กรุงเทพฯ
ขึ้นทะเบียนได้ที่สำนักงานเขตทุกเขต
หรือโรงพยาบาลของรัฐ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ที่สายด่วน
1330
สนใจ...รับคำปรึกษาได้ที่ไหนบ้าง
ผู้ที่ทราบผลการติดเชื้อเอชไอวี
ไม่ว่าท่านจะทราบมานานแล้ว
หรือเพิ่งทราบ
ท่านสามารถติดต่อขอรับบริการปรึกษาที่หน่วยบริการที่ท่านมีสิทธิอยู่ในเรื่องต่างๆ
เช่น
การป้องกันดูแลโรคฉวยโอกาส
การดูแลรักษาด้วยยาต้านไวรัส
การปรึกษาด้านสังคม
การปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่น
เป็นต้น
ในหน่วยบริการบางแห่ง
(โรงพยาบาลชุมชน
โรงพยาบาลจังหวัด)
มีการทำงานร่วมกันระหว่างแกนนำ
กลุ่มผู้ติดเชื้อที่พร้อมให้บริการปรึกษา
ให้ข้อมูลการดูแลรักษาสุขภาพ
และด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต
การอยู่ร่วมกันกับครอบครัวและชุมชน
หรือการติดตามเยี่ยมบ้าน
ติดตามผลการรักษาด้วยยาต้านไวรัส
บริการนี้เรียกว่า
ศูนย์บริการแบบองค์รวม
ซึ่งขณะนี้มีศูนย์ทั้งสิ้น
170
แห่งทั่วประเทศ
ซึ่งอีกประมาณ 4-5
ปีข้างหน้า
จะสามารถให้บริการได้ครอบคลุมทุกหน่วยบริการ
สอบถามขอข้อมูลกลุ่มผู้ติดเชื้อได้ที่
สำนักงานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์
ประเทศไทย
02-377 5065
เครือข่ายผู้ติดเชื้อในระดับภาค
ภาคเหนือตอนบน
053-304-045
ภาคเหนือตอนล่าง
055-214-209
ภาคอีสาน
043-330-715
ภาคกลาง
02-377-5021
ภาคตะวันออก
038-608-094-6
ภาคใต้
074-423-113-4
ภาคตะวันตก
034-612
972
มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
02-372-2222
ตั้งแต่บ่ายสามโมงถึงสองทุ่ม
ทุกวัน |