รู้จักเครือข่าย
งานเครือข่าย
การทำงานกับ รพ. ของกลุ่ม
กว่าจะถึงวันนี้ "ยาต้าน"...
ชมรมจัดซื้อยา
การต่อสู้เรื่องสิทธิบัตร
สมาชิกเครือข่าย
LINKS
สำนักโรคเอดส์
FTA watch
มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
สำนักงานหลักประกัน
สำนักงานประกันสังคม
ประชาไท
มพบ.
ตรวจเลือด...ต้องสมัครใจ
 

คู่มือการใช้สิทธิประโยชน์ การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ในระบบหลักประกันสุขภาพ

 

หลังวันที่ 1 ตุลาคม 2548 สำนักงานหลักประกันสุขภาพประกาศว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีสิทธิที่จะได้รับยาต้านไวรัสในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (ผู้มีบัตรทอง) ในความจริงเป็นอย่างไร ผู้ติดเชื้อทุกคน ใครก็ได้ เมื่อเดินไปที่โรงพยาบาล จะได้รับยาต้านไวรัสเลย อย่างนั้นหรือไม่ คนที่กินยาอยู่แล้ว จะมีสิทธิรับยาต่ออย่างไร คงเป็นคำถามในใจเพื่อนผู้ติดเชื้อหลายคน

ใครที่จำเป็นต้องกินยาต้านไวรัส....

การดูแลรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี เป็นแนวทางการรักษาที่สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้    ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีภูมิต้านทาน(ซีดี 4) ต่ำลง   จะมีโอกาสเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆได้ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องก็อาจเสียชีวิตได้ 

 ยาต้านไวรัส เป็นยาที่ใช้เพื่อยับยั้งการเพิ่มจำนวนเชื้อไวรัสเอชไอวีในกระแสเลือด เมื่อจำนวนเชื้อไวรัสลดลงจะมีผลให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานมากขึ้นได้ ทำให้ลดการเจ็บป่วยด้วยโรคฉวยโอกาสต่างๆ 

 ยาต้านไวรัส(สำหรับผู้ใหญ่) จะเป็นประโยชน์ในกรณี...

1)       ผู้ติดเชื้อที่มีโรคฉวยโอกาส เช่น เชื้อราเยื่อหุ้มสมอง ,ฝีในสมอง ,ปอดอักเสบจากเชื้อพีซีพี ,วัณโรคนอกปอด,MAC ,CMV

2)       ผู้ติดเชื้อที่มีอาการ หรือโรคฉวยโอกาส เช่น เชื้อราในปาก/หลอดอาหาร ,วัณโรคปอด ,พีพีอี  ,ท้องเสียเรื้อรัง เป็นต้น และมี ซีดี 4 น้อยกว่า 250 ร่วมด้วย

3)       ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือโรคฉวยโอกาส แต่ ซีดี 4 น้อยกว่า 200

 ผู้ที่มีลักษณะข้อใดข้อหนึ่งข้างต้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่จำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัส ดังนั้นจึงไม่ใช่ผู้ติดเชื้อทุกคนที่จำเป็นต้องกินยาต้านไวรัส  

 อย่างไรก็ตาม การกินยาต้านไวรัสก็มีหลายอย่างที่ผู้ติดเชื้อต้องเผชิญ และต้องเป็นคนพิจารณาและตัดสินใจเองว่าพร้อมที่จะรับยาต้านหรือยัง  เพราะการกินยาต้านต้องเคร่งครัดเรื่องการกินตรงเวลา กินต่อเนื่องตลอดชีวิต กินๆหยุดๆไม่ได้ เพราะจะเกิดการดื้อยา ผู้ติดเชื้อบางคน เมื่อกินยาต้าน อาจมีโอกาสเกิดการแพ้ยาหรืออาจมีอาการข้างเคียงได้  (การแพ้ยา และอาการข้างเคียง สามารถจัดการได้) 

                การกินยาที่ถูกต้อง ต่อเนื่อง และตรงเวลา  เป็นหัวใจสำคัญของการรักษาด้วยยาต้านไวรัสให้ได้ผล

 สิทธิประโยชน์ ในเรื่องเอชไอวี/เอดส์  ครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง

·        สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่าตนเองติดเชื้อหรือไม่

ผู้ที่ไม่รู้ผลเลือดตัวเอง และมีความกังวลใจ สงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวี  สามารถขอรับบริการให้คำปรึกษาและ การตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ ถ้าไปตรวจเลือดและผลเป็นลบคือ ไม่ติดเชื้อ ควรได้รับบริการปรึกษาเพื่อส่งเสริมการป้องกันต่อไป เช่น สามารถขอรับถุงยางอนามัยได้ที่หน่วยบริการ

·        สำหรับผู้ตรวจเลือดแล้วพบว่า ติดเชื้อเอชไอวี  

1.1 สามารถรับการตรวจหาจำนวนภูมิต้านทาน (CD4) เพื่อประเมินภาวะสุขภาพและเข้ารับการรักษาที่เหมาะสม โดยจะได้รับการตรวจซีดี 4 ทุก   6 เดือน     

เมื่อมีโรคฉวยโอกาส  หรือภูมิต้านทานเริ่มต่ำลง  จะได้รับ การตรวจวินิจฉัย  การป้องกัน/ดูแลรักษาโรคฉวยโอกาส   และ  ถ้าอยู่ในเกณฑ์ การรักษาด้วยยาต้านฯ  มีสิทธิที่จะได้รับการรักษาด้วยยาต้านฯ 

สิทธิเกี่ยวกับยาต้านไวรัสเอชไอวีจะครอบคลุม

ทั้งสูตรพื้นฐานและสูตรสำรองกรณีดื้อยา

ทั้งเคยกินยาต้านมาก่อนและไม่เคย 

ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่  (กรณีเด็ก มีรายละเอียดเรื่องเกณฑ์การรับยาที่ต่างจากผู้ใหญ่)

“ดังนั้น คนที่กินยาอยู่แล้ว หรือเคยกินยามาก่อน ควรจะบอกข้อมูลกับแพทย์ทั้งหมด เพื่อจะได้หาสูตรยาที่เหมาะสมได้ (การปิดบังว่าเคยกินยามาก่อน อาจส่งผลให้ไม่ได้รับสูตรยาที่เหมาะสม ทำให้การรักษาไม่ได้ผล)”

·        สูตรพื้นฐานประกอบด้วย  (ข้างล่างเป็นชื่อยาต้านไวรัสเอชไอวี)

            d4T + 3TC + NVP  

                                AZT + 3TC + NVP

                                d4T + 3TC + EFV

                               AZT + 3TC + EFV 

                                d4T + 3TC + IDV /r

AZT + 3TC + IDV/ r

กรณีที่มีอาการข้างเคียงหรือการแพ้ยา  มีตัวเลือกให้เพิ่มจากโครงการนภา คือ     ddI NFV

·        ยาที่สามารถเลือกใช้ในสูตรสำรองกรณีดื้อยา ประกอบด้วย

NRTI : AZT 3TC  d4T ddI  

PI : IDV /r, SQV/r,  LPV/r

ปรับสูตรตามผลการตรวจเชื้อดื้อยา  โดยเริ่มพิจารณาใช้สูตรยาที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าก่อน  และหากใช้ไม่ได้ ค่อยปรับเป็นสูตรที่มีความเหมาะสมต่อไป

1.2     ผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านฯจะได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ดังนี้

-   การตรวจซีดี 4 หรือภูมิคุ้มกัน เพื่อติดตามผลการรักษา   ทุก 6 เดือน  

       -   ตรวจหาจำนวนเชื้อไวรัส (ไวรัลโหลด)   6 เดือนหลังเริ่มการรักษาด้วยยาต้านไวรัส(หรือเริ่มยาสูตรใหม่)  จากนั้นปีละ 1 ครั้ง  หรือ มีข้อบ่งชี้ว่าการรักษาด้วยยาต้านฯอาจไม่ได้ผล เช่น  ซีดี 4 ลดลงมากกว่า 30% จากระดับที่เคยสูงสุดหลังเริ่มกินยาต้านไวรัส   มีโรคฉวยโอกาสเกิดขึ้นหลังการรักษาด้วยยาต้านฯ

        -   ตรวจหาเชื้อดื้อยา ในกรณีที่ตรวจพบว่ามีจำนวนเชื้อไวรัสสูงกว่า 1,000 และผู้ป่วยไม่มีปัญหาการกินยาอย่างต่อเนื่อง ถูกต้อง ตรงเวลา แต่ถ้ามีปัญหากินยาไม่ต่อเนื่อง ต้องแก้ปัญหาเรื่องการกินยาก่อน แล้วตรวจไวรัลโหลดซ้ำอีกครั้ง ถ้ายังคงสูงเกิน 1,000 จึงตรวจหาเชื้อดื้อยา และ ปรับสูตรยาต้านฯ

        -  การตรวจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ตรวจการทำงานของตับ,ตรวจความเข้มข้นของเลือด เป็นต้น 

1.3 จัดให้มีบริการให้คำปรึกษาและแจกถุงยางอนามัยเพื่อการป้องกัน

ใช้สิทธิ รับบริการ ได้ที่ไหน..อย่างไร

1.        คนที่กินยาต้านฯอยู่แล้วในโครงการนภาของกระทรวงสาธารณสุข  (โครงการการเข้าถึงบริการยาต้านไวรัสเอดส์ระดับชาติสำหรับผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์)

.....คนที่มีบัตรทอง  แต่ปัจจุบันไม่ได้รับยาอยู่ในโรงพยาบาลที่ตนเองมีสิทธิ  จะต้องเลือกดำเนินการ อย่างใดอย่างหนึ่ง  คือ

·       หากต้องการรับบริการต่อที่โรงพยาบาลที่รับยาอยู่ปัจจุบัน

-          ให้ทำเรื่องขอย้ายสิทธิบัตรทอง มาที่โรงพยาบาลนั้น   หรือ

-          ติดต่อขอใบส่งตัวจากหน่วยบริการที่ระบุในบัตรทอง ให้ส่งตัวมารับบริการที่โรงพยาบาลที่รับยา

·       หากต้องการกลับไปรับบริการตามสิทธิบัตรทอง ให้ขอประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลที่รับยาอยู่ปัจจุบัน  ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลตามบัตร

.....คนที่มีสวัสดิการอื่น         เช่น ประกันสังคม หรือสวัสดิการข้าราชการ ให้รีบดำเนินการติดต่อขอใช้สิทธิของตนเอง โดยในช่วงการประสานงาน จะยังได้ยาจากโครงการจนกว่าจะรับยาที่โรงพยาบาลตามสิทธิได้

.....คนที่ไม่มีบัตรทอง และไม่มีสวัสดิการอื่นๆ ให้รีบดำเนินการขึ้นทะเบียนทำบัตรทองโดยเร็ว เพื่อจะได้มีสิทธิรับบริการ

 2.  คนที่ยังไม่ได้รับบริการหรือไม่ได้รับยา ให้ไปเริ่มใช้บริการตามหน่วยบริการที่ระบุในบัตรตามสิทธิของตนเอง อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่มีสิทธิบัตรทอง ไม่สะดวกใจ หรือ ไม่พร้อมไปรับบริการที่โรงพยาบาลตามบัตร มีสิทธิย้ายหน่วยบริการได้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ปกติของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ

การขึ้นทะเบียน

·        ต่างจังหวัด  แจ้งได้ที่สถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลของรัฐ

·        กรุงเทพฯ  ขึ้นทะเบียนได้ที่สำนักงานเขตทุกเขต หรือโรงพยาบาลของรัฐ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่สายด่วน 1330

สนใจ...รับคำปรึกษาได้ที่ไหนบ้าง

ผู้ที่ทราบผลการติดเชื้อเอชไอวี ไม่ว่าท่านจะทราบมานานแล้ว หรือเพิ่งทราบ ท่านสามารถติดต่อขอรับบริการปรึกษาที่หน่วยบริการที่ท่านมีสิทธิอยู่ในเรื่องต่างๆ เช่น การป้องกันดูแลโรคฉวยโอกาส การดูแลรักษาด้วยยาต้านไวรัส การปรึกษาด้านสังคม การปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่น เป็นต้น

ในหน่วยบริการบางแห่ง (โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลจังหวัด) มีการทำงานร่วมกันระหว่างแกนนำ กลุ่มผู้ติดเชื้อที่พร้อมให้บริการปรึกษา ให้ข้อมูลการดูแลรักษาสุขภาพ และด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต การอยู่ร่วมกันกับครอบครัวและชุมชน หรือการติดตามเยี่ยมบ้าน ติดตามผลการรักษาด้วยยาต้านไวรัส บริการนี้เรียกว่า “ศูนย์บริการแบบองค์รวม” ซึ่งขณะนี้มีศูนย์ทั้งสิ้น 170 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งอีกประมาณ 4-5 ปีข้างหน้า จะสามารถให้บริการได้ครอบคลุมทุกหน่วยบริการ  

สอบถามขอข้อมูลกลุ่มผู้ติดเชื้อได้ที่

สำนักงานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย  02-377 5065 

เครือข่ายผู้ติดเชื้อในระดับภาค  

ภาคเหนือตอนบน                  053-304-045                        ภาคเหนือตอนล่าง                 055-214-209

ภาคอีสาน                              043-330-715                        ภาคกลาง                               02-377-5021

ภาคตะวันออก                       038-608-094-6                     ภาคใต้                                    074-423-113-4

ภาคตะวันตก                         034-612 972

 มูลนิธิเข้าถึงเอดส์                  02-372-2222   ตั้งแต่บ่ายสามโมงถึงสองทุ่ม   ทุกวัน 

เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย
494 ซอยนครไทย 11 ลาดพร้าว 101 คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพ 10240
โทร. (66)2377-5065 แฟกซ์ (66) 2377-9719 E-mail : tnpth@thaiplus.net