|
การประกาศผลรางวัลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
(17
สิงหาคม)
ตามเวลาท้องถิ่น
ปรากฎว่า
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์
ประเทศไทย
ได้รับคัดเลือกให้เป็นองค์กรที่ได้รับรางวัลสาขาการจัดให้มีการเข้าถึงการรักษาพยาบาลและสนับสนุนผู้ติดเชื้อฯ
โดยอีก
4
สาขาประกอบไปด้วย
The All
Ukrainian
Network of
People
Living with
HIV/AIDS
จากประเทศยูเครน
ในสาขาการต่อสู้กับปัญหาการเลือกปฏิบัติและการรังเกียจ,
The Girl
Child
Network
จากประเทศซิมบับเว่
ในสาขาการต่อสู้กับปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศที่มีผลต่อการแพร่กระจายการติดเชื้อฯ,
Durjoy Nari
Shongo
จากประเทศบังคลาเทศ
สาขาสนับสนุนโครงการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีเอดส์,
Mboole Rural
Development
จากประเทศแซมเบีย
ให้การสนับสนุนเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อฯและเด็กด้อยโอกาสอื่นๆ
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์
ประเทศไทย (The
Thai Network
of People
Living with
HIV/AIDS (TNP+))
ก่อตั้งเมื่อปี
2541
เพื่อเป็นหน่วยกลางประสานกิจกรรมต่างๆของกลุ่มผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ
เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ
ให้การสนับสนุนเครือข่ายตามภูมิภาคที่มีอยู่
7
ภาค
ซึ่งครอบคลุมกลุ่มผู้ติดเชื้อตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทยมากกว่า
900
กลุ่ม
โครงการและกิจกรรมของเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ
ที่นำเสนอไปนั้น
ประกอบไปด้วยการผลักดันให้การให้ยาต้านไวรัสครอบคลุมอยู่ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อฯ
80,000
คนทั่วประเทศได้รับยาต้านไวรัส,
โครงการศูนย์องค์รวม
(The
Comprehensive
Continuum of
Care CCC)
ที่สนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ติดเชื้อฯเป็นผู้ให้บริการกับบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ
ปัจจุบันมาโครงการศูนย์องค์รวมทั้งสิ้ง
184
กลุ่ม
และกิจกรรมรณรงค์
2
โครงการสำคัญ
คือ
การติดตามและคัดค้านการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีระดับทวิภาคี
ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ
(เอฟทีเอ
ไทย-สหรัฐฯ)
และการต่อสู้ทางศาลกับบริษัท
บริสตอล ไมเยอร์
สวิปปส์
(BMS)
ให้ถอนสิทธิบัตรยาดีดีไอ
(ddI)
และล่าสุด
ยังสามารถกดดันให้บริษัทแกล็กโซ
สมิทธ์ ไคลน์
ถอนคำขอสิทธิบัตรยาคอมบิด
ที่ไม่มีการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น
องค์กรที่ได้รับรางวัล
Red Ribbon
จะได้เงินรางวัลสนับสนุนการทำงาน
20,000
เหรียญสหรัฐ
ส่วนองค์กรที่ได้รับคัดเลือกเข้ารอบสุดท้ายจะได้เงินรางวัลสนับสนุนการทำงาน
5,000
เหรียญสหรัฐ
โดยจะมีการมอบเงินรางวัลในวันเอดส์โลก
วันที่
1
ธันวาคมนี้
ทั้งนี้
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์
ประเทศไทย
ได้ส่งตัวแทน
2
คน
เข้าไปนำเสนอผลงาน
และมีการจัดสัมมนาเรื่อง
เอฟทีเอ:
ผลกระทบการเข้าถึงยา
รวมทั้งจัดซุ้มนิทรรศการในหมู่บ้านโลก
(Global
Village)
ในงานด้วย |