|
ไม่ว่าจะเป็นแพทย์
นักวิทยาศาสตร์
บุคลากรสายสุขภาพ
ผู้ทำงานด้านเอดส์ในชุมชน
รวมถึงผู้ติดเชื้อ
ได้มาพบปะกันทุกๆ
2
ปี
เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และการปฏิบัติงาน
อีกทั้งยังให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากการมาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันแล้ว
สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับงานเอดส์โลกเสมอมา
คือ
การมอบรางวัลริบบิ้นแดง
(Red
Ribbon Award)
ให้กับองค์กรที่ทำงานกับชุมชนในเชิงผลักดัน
รณรงค์ ช่วยเหลือ
และสนับสนุนผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์
รางวัล
Red
Ribbon
เป็นรางวัลที่มอบให้กับองค์กรต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของภาครัฐหรือเอกชน
ที่ทำงานรณรงค์ในเชิงพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ในชุมชน
ในปีนี้มีองค์กรที่ทำงานด้านเอดส์กว่า
517
องค์กรทั่วโลก
ที่ส่งผลงานเข้าร่วมชิงรางวัล
Red Ribbon
แต่มีเพียง 25
องค์กรเท่านั้น
ที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้ามานำเสนอผลงานของตัวเองในการประชุมเอดส์โลก
ครั้งที่ 16
ที่ประเทศแคนาดา
เพื่อให้ได้ 5
องค์กรที่เหมาะสมที่จะได้รับรางวัล
Red Ribbon
ซึ่งประเทศที่ผ่านการคัดเลือกส่วนใหญ่จะอยู่ในทวีปแอฟริกา
เอเชีย ละตินอเมริกา
1
ใน
25
องค์กรจากทั่วโลกและเป็นหนึ่งเดียวจากประเทศไทย
ที่มีโอกาสได้นำเสนอผลการทำงานของผู้ติดเชื้อฯในประเทศไทย
ก็คือ
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์
ประเทศไทย
ด้วยเรามีแนวทางการทำงานที่ชัดเจนให้ผู้ติดเชื้อและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอวี
ทั้งเด็ก
และผู้ใหญ่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
มีส่วนร่วมในการพัฒนา
สังคม
รวมทั้งสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนด้วยความเข้าใจ
และคนในชุมชนมีส่วนในการแก้ไขปัญหาเอดส์
เดิมทีเราต้องเผชิญกับความไม่เข้าใจของคนรอบข้าง
เนื่องจากการสร้างความเข้าใจทั้งเรื่องการรักษา
การป้องกัน
และการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อของคนในสังคมยังไม่ดีพอ
เราต้องต่อสู้กับความเจ็บป่วยทางกายที่ยังไม่รู้ว่าจะดูแลรักษาตัวเองอย่างไร
ในขณะเดียวกันก็ต้องการส่งเสียงบอกกับสังคมที่ยังไม่เข้าใจเรื่องราวของพวกเรา
ดังนั้น
กลุ่มผู้ติดเชื้อ
จึงเกิดขึ้น
เพื่อช่วยเหลือดูแลกันให้มีกำลังใจ
และมีชีวิตอยู่ได้
เมื่อเกิดกลุ่มขึ้นหลายๆกลุ่มจึงนำมาสู่การเชื่อมร้อย
เป็นเครือข่าย
เพื่อเป็นแนวทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในแต่ละภาค
จนในที่สุดนำไปสู่การเป็นเครือข่าย
ปัจจุบัน
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์
ประเทศไทย
มีเครือข่ายฯในระดับภูมิภาค
ทั้งหมด 7
ภูมิภาค คือ
เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ
ภาคเหนือตอนบน
ภาคเหนือตอนล่าง
ภาคกลาง ภาคตะวันออก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันตกและภาคใต้
มีกลุ่มผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ
กว่า 908
กลุ่ม
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
เราเน้นการทำงานกับเพื่อนผู้ติดเชื้อทุกกลุ่มในทุกพื้นที่
ด้วยการให้ข้อมูลทั้งด้านสุขภาพกาย
สุขภาพใจ
รวมถึงสถานการณ์ความเคลื่อนไหวต่างๆ
ผ่านการทำกิจกรรมกลุ่มอย่างต่อเนื่อง
เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่ม
ให้กลุ่มสามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง
รวมทั้งให้เพื่อนๆได้เรียนรู้
ทำความเข้าใจร่วมกัน
ศูนย์บริการแบบองค์รวม
เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของกลุ่มที่สามารถทำงานร่วมกับโรงพยาบาล
เป็นการพลิกบทบาทจากผู้รับบริการมาเป็นผู้ร่วมให้บริการ
โดยมีกระบวนการพัฒนาหนุนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับแกนนำกลุ่มจากเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์
มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
และองค์การหมอไร้พรมแดน
-
เบลเยี่ยม
(ประเทศไทย)
ในการติดตามดูแลเพื่อนที่ติดเชื้อรวมทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอวีทั้งเด็กและผู้ใหญ่อย่างต่อเนื่อง
ทั้งด้านใจ กาย สังคม
ผ่านกิจกรรมการให้คำปรึกษา
รวมถึงการเยี่ยมบ้านเพื่อนสมาชิกและการประชุมสมาชิกกลุ่มประจำเดือน
การมีกลุ่มที่เข้มแข็ง
ย่อมเป็นรากฐานสำคัญยิ่ง
ในการผลักดันเชิงนโยบาย
ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนเช่น
เมื่อปี
2542
ในกรณีสิทธิบัตรยาเม็ดดีดีไอ
ของบริษัทบริสตอล ไมเยอร์
สควิปป์ หรือ บีเอ็มเอส
ทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสิทธิบัตรยาสามารถดำเนินการฟ้องร้อง
เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิอันชอบธรรม
การผลักดันให้ยาต้านไวรัสเอชไอวี
เข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ในปี
2544
ที่เครือข่ายผู้ติดเชื้อและองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านเอดส์ร่วมกันทำงานและผลักดันอย่างต่อเนื่อง
จนในที่สุดเมื่อปี
2547
ที่ผ่านมายาต้านไวรัสเอชไอวีก็เข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
การกระตุ้นให้ภาครัฐใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ
เพื่อลดการผูกขาดยาจากบรรษัทยาข้ามชาติ
รวมทั้งการติดตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีหรือเอฟทีเอระหว่างไทยกับสหรัฐในด้านสิทธิบัตรยามาอย่างต่อเนื่อง
เพราะไม่ต้องการให้เรื่องของสิทธิบัตรมาเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงยาของประชาชน
และการร่วมผลักดันให้ระบบสวัสดิการของรัฐมีมาตรฐานเท่าเทียมกันทุกระบบ
ที่สำคัญเราอยากให้สังคมรู้ว่า
ใครๆก็สามารถติดเชื้อเอชไอวีได้
หากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน
รวมทั้งสร้างความเข้าใจว่า
เอดส์...รักษาได้
ด้วยการทำงานที่ฝ่าฟันไปด้วยกันมาร่วมสิบปี
ต่างก็ได้รับบทเรียนการทำงานที่ร่วมเรียนรู้ไปด้วยกัน
ซึ่งได้กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญที่หล่อหลอมให้เครือข่ายเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ
แน่นอนว่าการเดินทางของเครือข่ายจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้
เนื่องจากมีอีกหลายประเด็นที่เราต้องร่วมต่อสู้ไปด้วยกันอีกมาก
ทั้งการร่วมผลักดันยาต้านไวรัสเอชไอวีสูตรสำรอง
การร่วมปฏิรูปสังคมและการเมือง
ฯลฯ
แม้เป้าหมายสูงสุดไม่ได้อยู่ที่รางวัล
Red
Ribbon
แต่ผลจากการทำงานน่าจะเป็นอีกบทพิสูจน์สำคัญในการทำงานด้านการเข้าถึงการรักษาและการป้องกันให้สาธารณชนทั่วโลกได้รับรู้ของเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์
ประเทศไทย
|