|
'ป.ป.ช.เอกฉันท์'ไชยา'หลุดเก้าอี้รมว.สธ.
ตั้งแต่7มี.ค.ส่ง2สภา-นายกฯ
ดำเนินการ ต่อไป เจ้าตัวน้ำตาคลอ
ยันยื่นบัญชีทรัพย์สินถูกต้อง
ขอรอดูเอกสารเป็นทางการก่อน
ด้านนายกฯ ประกาศลอยแพ ระบุป.ป.ช.ว่าอย่างไรเป็นไปตามนั้น
'ไชยา'
ยันยื่นบัญชีทรัพย์สินถูกต้อง
ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)
นายไชยา สะสมทรัพย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)
กล่าวเมื่อวันที่ 8 เมษายน
ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.)
มีมติกรณีการถือหุ้นเกินร้อยละ 5
ของนางจุไร สะสมทรัพย์
ภรรยานายไชยา
ขัดต่อกฎหมายและขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี
ตามรัฐธรรมมาตรา 269
ด้วยเสียงอ่อยๆ อยู่ในลำคอ
พร้อมน้ำตาคลอ ว่า
ยังไม่ทราบเรื่อง เห็นบอกว่าป.ป.ช.มีคำสั่งออกมาแล้ว
แต่ผมยังไม่เห็นคำสั่งดังกล่าว
และในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
ตนก็ไม่ได้ชี้แจงเรื่องนี้ต่อนายสมัคร
สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
เพราะเรื่องยังมาไม่ถึง
และนายสมัครไม่ได้สอบถาม
จึงยังไม่ได้ชี้แจง
'ผมบริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้ง
เป็นเรื่องที่ต้องดูรายละเอียด
ซึ่งผมยื่นบัญชีทรัพย์สินตามที่กำหนดภายในจาก
30 วันไปแล้ว มั่นใจว่าทำถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม คงต้องรอให้ป.ป.ช.ยื่นหนังสือให้มาชี้แจงก่อน
ส่วนจะอุทธรณ์คำตัดสินของป.ป.ช.
หรือไม่นั้น
ยังไม่ทราบต้องดูในรายละเอียดก่อน
ประกอบกับขณะนี้ยังไม่ทราบขั้นตอนว่าเป็นอย่างไร
คาดว่า น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.)
จะส่งเรื่องไปที่วุฒิสภาเพื่อถอดถอน
แต่เมื่อยังไม่รู้โจทย์
ก็ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามได้อย่างไร
ส่วนเรื่องถอดถอน
ก็ยังไม่ทราบยังอีกแต่คาดว่า
น.ส.สมลักษณ์
จะต้องส่งรายงานไปที่นายกรัฐมนตรีก่อน
ซึ่งผมจะรีบไปชี้แจงกับนายกรัฐมนตรีทันที'
นายไชยา กล่าว
'หมัก' ลอยแพ บอกป.ป.ช.วินิจฉัยอย่างไรก็ให้ตามนั้น
ด้านนายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) มีมติให้นายไชยา
สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณะสุข (สธ.)
ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี
หลังพบว่า นายไชยาไม่แจ้งต่อประธานป.ป.ช.ว่าจะให้นางจุไร
สะสมทรัพย์ ภรรยา
ต้องการจะถือหุ้นบริษัท ทรัพย์ฮกเฮง
จำกัด ซึ่งถือเกินกว่าร้อยละ 5
ต่อไป ภายใน 30 วัน
นับแต่วันรับตำแหน่ง นั้นว่า
ป.ป.ช. วินิจฉัยอย่างไร
ก็ให้เป็นไปตามนั้น
เมื่อถามว่า
นายไชยาได้ชี้แจงอะไรในที่ประชุมบ้างหรือไม่
นายสมัครกล่าวว่า
นายไชยามอบให้คนอื่นไปทำไม่ได้ไปทำเอง
เมื่อถามว่า
ถ้าเกิดนายไชยาทำผิดจริงจะทำอย่างไร
นายสมัครกล่าวว่า
เป็นหน้าที่ของตนที่ต้องดูแล
แต่ตอนนี้ ยังไม่ตอบคำถาม
ส่วนจะเอาเรื่องดังกล่าวไปรวมกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่
นั้น ต้องให้คณะกรรมการฯ
ตรวจสอบก่อน
มิเช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
'ป.ป.ช.'
ระบุสุดท้ายอยู่ที่ ศาลรธน.ตัดสิน
นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป.ป.ช.
กล่าวถึงกรณีที่นายไชยา
ได้ทำหนังสือแจ้งต่อ
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 2
เมษายนว่า
เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
โดยไม่รู้ว่า
ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินการถือครองหุ้นของภรรยาคือ
นางจุไร สะสมทรัพย์ ถือหุ้นบริษัท
ทรัพย์ฮกเฮง จำกัด เกินร้อยละ 5
จึงทำให้ส่งเรื่องแจ้งช้ากว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้แจ้งภายใน
30 วัน นั้น ว่า
เรื่องดังกล่าวนั้น
ไม่ใช่ความรับผิดชอบของ ป.ป.ช.
ในการวินิจฉัย
เพียงแต่จะส่งเอกสารและข้อมูลไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ
ตาม
พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นรัฐมนตรี
พ.ศ. 2543 ที่กำหนดว่า
รัฐมนตรีต้องไม่เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนนั้น
และได้มีการเพิ่มเติมมาตรา 269
วรรค 3 ในรัฐธรรมนูญปี 2550
ให้บทบัญญัติมาตรานี้
นำมาใช้บังคับกับคู่สมรส
และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย
จึงได้มีการใช้บังคับตามมาตราดังกล่าว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์
2551 โดยทาง ป.ป.ช.
ได้ชี้แจงข้อแตกต่างทั้ง 2 มาตรา
ให้กับ ครม. แล้ว
และตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา
182 ที่ความเป็นรัฐมนตรี
สิ้นสุดลงเฉพาะตัว
เมื่อกระทำการต้องห้ามตามมาตรา
269 ดังนั้น จึงไม่ใช่
หน้าที่ของ ป.ป.ช.
ที่จะวินิจฉัยได้ โดยถ้าเห็นว่า
จงใจกระทำผิดจะต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ
กรณีนี้เป็นเรื่องของการสิ้นสุดเฉพาะตัว
ป.ป.ช. จึงให้นำบทบัญัติตามมาตรา
182 ให้ยื่นต่อสาลรัฐธรรมนูญ
โดยได้มีมีติส่งข้อเท็จจริงและเอกสาร
ไปยัง 4 องค์กร ได้แก่
นายกรัฐมนตรี
ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ประธานวุฒิสภา และประธาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง
เพื่อทราบ
และยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยต่อไป
โดยองค์กรหนึ่งใดในนั้นจะเป็นผู้ยื่นก็ได้
โดยไม่ต้องรอมมติจาก 4 องค์กรนี้
ซึ่งคาดว่า จะส่งข้อเท็จริงและเอกสารได้ภายในสัปดาห์หน้า
'มาร์ค'ไม่วิจารณ์'ไชยา'หลุดเก้าอี้
รมว.สธ.
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
กล่าวถึงกรณีที่กรณีที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) มีมติกรณีการถือหุ้นเกิน
5% ของภรรยานายไชยา สะสมทรัพย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ขัดต่อกฎหมายและขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี
ตามรัฐธรรมมาตรา 269 ว่า ถ้าเกิดป.ป.ช.เห็นว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมายต้องไปดูช่องทางของกฎมายว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ส่วนที่นายไชยาอ้างเหตุผลของการแจ้งบัญชีทรัพย์สินล่าช้าเพราะลืมนั้น
ตนคิดว่าคงต้องให้ป.ป.ช.เป็นผู้วินิจฉัยว่าเป็นการจงใจทำผิดกฎหมายหรือไม่
'ไชยา' ปิ๋ว 'รมว.สธ.'
ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) มีมติเมื่อวันที่ 8
มีนาคม ระบุว่า ให้นายไชยา
สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณะสุข (สธ.)
ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี
เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182
(7) ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2551
เป็นต้นไป เนื่องจากนายไชยา
มีการกระทำอันต้องห้ามตามมาตรา
269 ที่ไม่แจ้งต่อประธานป.ป.ช.ว่าจะให้นางจุไร
สะสมทรัพย์ ภรรยา
ต้องการจะถือหุ้นบริษัท ทรัพย์ฮกเฮง
จำกัด ซึ่งถือเกินกว่าร้อยละ 5
ต่อไป ภายใน 30 วัน
นับแต่วันรับตำแหน่ง
ทั้งนี้ นายไชยา เข้ารับตำแหน่ง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ จึงทต้องแจ้งว่า
ประสงค์จะถืออครองหุ้นหรือรับประโยชน์จากหุ้นต้องทภายใน
วันที่ 6 มีนาคม ดังนั้น
เมื่อนายไชยาไม่แจ้งเรื่องใประธาน
ป.ป.ช.ทราบภายในเวลากำหนด
จึงการสิ้นสภาพการเป็นรัฐมนตรีในวันที่
7 มีนาคม 2551
แหล่งข่าวกล่าวว่า
ที่ประชุมมีมติให้สำนักงานเลขาธิการป.ป.ช.ทำหนังสือแจ้งมติดังกล่าวให้แก่
นายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม
ประธานวุฒิสภา
ประธานสภาผู้แทนราษฎร
และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เพื่อให้ดำเนินการต่อไป
แหล่งข่าวกล่าวว่า ได้เชิญเลขาธิการป.ป.ช.
ซึ่งไปชี้แจงกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวของรัฐมนตรีตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
มาชี้แจงกับที่ประชุมป.ป.ช.ด้วย
ซึ่งเลขาธิการป.ป.ช.ยืนยันว่าได้ชี้แจงเกี่ยวกับการถือครองหุ้นของรัฐมนตรีรวมถึงภรรยาอย่างละเอียดแล้ว
และการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญต่างๆ
รวมทั้งมาตรา 269 นอกจากนั้น
ยังมีรัฐมนตรี 3 คน
ได้ดำเนินการตามกฎหมายเรื่องนี้
คือ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมช.สาธารณสุข
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ
และรมว.คลัง และนายสมพงษ์
อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม
ที่ประชุมจึงเห็นว่านายไชยา
จะอ้างว่าไม่ทราบกฎหมายหรือเข้าใจผิด
ฟังไม่ขึ้น
ป.ป.ช.ยืนยัน'ไชยา'ต้องแจ้งหุ้นคู่สมรส
น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 8
เมษายน ถึงกรณี นางจุไร
สะสมทรัพย์ ภรรยานายไชยา
สะสมทรัพย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ถือหุ้นของบริษัททรัพย์ฮกเฮง
จำกัด 25,000 หุ้น มูลค่า 2.5
ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 50
ของทุนจดทะเบียน
ว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 269
บัญญัติห้ามไม่ให้ให้นายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรี
เป็นหุ้นส่วนหรือถือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเกินร้อยละ
5
หรือคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือถือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
หรือบริษัทต่อไป
และหากต้องการจะได้รับประโยชน์จากหุ้นดังกล่าวต้องแจ้งต่อประธาน
ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน
นับตั้งแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
และให้โอนหุ้นดังกล่าวให้นิติบุคคลดำเนินการให้
ตาม
พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี
ต้องดำเนินการตามนั้น
เพราะรัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้
ซึ่งในมาตรา 269 วรรค 2
ก็ระบุให้นำมาบังคับใช้กับคู่สมรสของนายกฯ
และรัฐมนตรี
รวมทั้งบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายไชยายกกรณี
นพ.มงคล ณ สงขลา
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ขึ้นมาอ้าง ว่า
นพ.มงคลก็ไม่ได้แจ้งทรัพย์สินของภรรยาและหุ้นที่ถือครองในบริษัทที่ทำธุรกิจในประเทศจีนเช่นกัน
น.ส.สมลักษณ์กล่าวว่า
ไม่เกี่ยวข้องกัน
ในกรณีไม่แจ้งทรัพย์สินของภรรยานั้นก็เพราะมีการหย่าขาดกัน
ส่วนเรื่องหุ้นในต่างประเทศนั้น
รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2549
ยกเว้นไว้ ดังนั้น คณะรัฐมนตรี (ครม.)
ชุด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
ไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินในส่วนของการถือครองหุ้นก็ได้
พิจารณา8เม.ย.ผิดม.269หรือไม่
น.ส.สมลักษณ์กล่าวอีกว่า
การยื่นบัญชีทรัพย์สินนี้
รัฐธรรมนูญกำหนดรายละเอียดไว้ชัดเจนจะต้องทำอย่างไร
ทั้งตัวนายกฯและรัฐมนตรี
ตลอดจนคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ยิ่งทราบจากข่าวว่า
นายไชยาอ้างว่าเอกสารที่ใช้ในการกรอกบัญชีทรัพย์สินไม่ได้ระบุเรื่องต้องแจ้งหุ้นของภรรยานั้น
ยิ่งเป็นการชัดเจนว่านายไชยาจะต้องรู้ข้อกฎหมายในส่วนนี้ดี
ในการประชุม ป.ป.ช. ในวันที่ 8
เมษายนนี้
คงจะต้องมีการพิจารณาในเรื่องนี้ว่านายไชยามีความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา
269
ซึ่งทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ
มาตรา 182(7) หรือไม่
ด้านนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ
ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก ป.ป.ช.
กล่าวว่า
ยังไม่ทราบว่าจะนำกรณีภริยานายไชยา
เข้าสู่การพิจารณาของ ป.ป.ช.
ในวันที่ 8 เมษายนนี้ทันหรือไม่
ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ว่าจะบรรจุระเบียบวาระทันหรือไม่
หากมีการพิจารณา
ก็จะดูทั้งกรณีที่นายไชยาทำหนังสือแจ้งประธาน
ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 2 เมษายน
ช้ากว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้แจ้งภายใน
30 วัน
รวมถึงกรณีที่นายไชยาอ้างว่าได้ฝากหุ้นให้นิติบุคคลจัดการทรัพย์สินแล้วด้วย
'นอกจากนายไชยาแล้ว
ยังมีรัฐมนตรีอีก 3 คน
ส่งหนังสือถึงประธาน
ป.ป.ช.ในกรณีเดียวกันด้วยเพื่อรับผลประโยชน์จากการฝากหุ้นให้นิติบุคคลจัดการทรัพย์สินแทน'
นายกล้านรงค์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐมนตรี 3
คนที่ทำหนังสือถึงประธาน
ป.ป.ช.แจ้งว่า
ต้องการถือครองหุ้นและรับประโยชน์ต่อไปคือ
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
รองนายกรัฐมนตรีและ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายชวรัตน์
ชาญวีรกูล
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขซึ่งทั้ง
3 คนแจ้งภายในระยะเวลา 30 วัน
พปช.ชี้
'ไชยา'เจตนาดีแจ้งเพิ่ม
พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว
รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พปช.)
กล่าวถึงกรณีที่นายไชยาแจ้งการถือครองหุ้นของภรรยาเกินร้อยละ
5 ช้ากว่าที่กฎหมายกำหนดไว้
ว่าคณะทำงานด้านกฎหมายกำลังพิจารณาในภาพรวมอยู่
เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อพรรค
เห็นว่านายไชยาไม่ได้ต้องการหลบซ่อนบัญชีทรัพย์สิน
แต่มีเจตนาดีที่จะแจ้งทรัพย์สินเพิ่มเติม
ซึ่งตามกฎหมายของ
ป.ป.ช.ก็เปิดโอกาสให้แจ้งเพิ่มเติมได้อยู่แล้ว
ส่วนการที่นายไชยาแสดงความมั่นใจว่าหากแสดงสปิริต
ลาออกไม่นานก็ต้องกลับมาทำให้ที่ใหม่ได้อีกนั้น
คงเป็นเพราะนายไชยาเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด
'เป็นธรรมดาที่คนมีทรัพย์สินจำนวนมากอาจจะลืมแจ้งไปบ้าง
เมื่อก่อนเมื่อมีคดีเรื่องดังกล่าว
บางกรณี
เมื่อพิจารณาว่าไม่มีเจตนาก็ไม่มีการดำเนินคดี
เรื่องนี้ ส.ส.ในพรรคก็พูดคุยกัน
เห็นว่าประเทศไม่ได้รับความเสียหายตรงไหน'
พ.ต.ท.กานต์กล่าว
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษก พปช.
กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า
การแจ้งบัญชีทรัพย์สินถือเป็นเรื่องส่วนตัว
พรรคไม่สามารถเข้าไปดูแลในเรื่องนี้ได้
เรื่องนี้จะทำให้เห็นความรับผิดชอบของแต่ละคน
หากการกระทำใดที่มีผลกระทบต่อพรรค
พรรคก็จะต้องดำเนินการตามกระบวนการ
ขณะนี้พรรคยังไม่ได้รับเรื่องดังกล่าว
จาก ป.ป.ช. หาก
ป.ป.ช.ส่งเรื่องมาถึงพรรคเมื่อใด
พรรคก็คงจะนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้
ซึ่งผู้ใหญ่ในพรรคคงจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้เกิดความสบายใจกับทุกฝ่าย
พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์
รองหัวหน้าพรรค พปช. กล่าวว่า
ถ้าดูตามข่าว
เชื่อว่านายไชยาไม่มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงการแสดงบัญชีทรัพย์สิน
ซึ่งคนเราอาจจะพลาดกันได้
ควรที่จะอภัยให้กันบ้าง
แม้อาจจะเรื่องที่ผิดข้อบังคับหรือหลักการ
แต่ก็จะต้องอะลุ้มอล่วย
ไม่ใช่เอากันถึงตาย
ปชป.จี้พิสูจน์ระยะเวลา'ไชยา'อ้าง
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า
เรื่องนี้คงต้องไปดูเรื่องระยะเวลาที่นายไชยาอ้างว่าเพิ่งทราบ
ว่ามากน้อยเพียงใด
เพราะโดยปกติแล้ว
เวลาแจ้งบัญชีทรัพย์สินทั่วไป
ส่วนมากจะแจ้งกันในกรอบของเวลา
โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามกรอบเวลานั้น
เมื่อเห็นอะไรที่ขาดตกบกพร่อง
เช่น เอกสารประกอบบางอย่าง
เจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อเจ้าตัวให้นำไปแสดงให้ครบถ้วน
ดังนั้น จึงไปดูข้อเท็จจริงว่า
เป็นการขาดเอกสาร
หรือไม่ทำตามที่กฎหมายกำหนด
คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของข้อเท็จจริงตามเอกสารและข้อกฎหมายที่สามารถพิสูจน์ได้
แพทย์ชนบทจี้แสดงสปิริตลาออก
ส่วน นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ
ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า
ยืนยันตามเจตนารมณ์เดิม
ต้องการให้นายไชยาแสดงสปิริตด้วยการลาออกจากตำแหน่งด้วยตัวเอง
เพราะมีความสง่างามมากกว่าการใช้กฎหมายมาบังคับให้ลาออก
ที่สำคัญทราบมาว่า
ก่อนที่คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์
มีคนจาก
ป.ป.ช.มาชี้แจงระเบียบและหลักในการปฏิบัติให้ทราบทุกด้านแล้ว
ดังนั้น
จะมาปฏิเสธว่าไม่ทราบกฎหมายไม่ได้
ส่วนสาเหตุที่
ป.ป.ช.ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินนั้นเชื่อว่าน่าจะมีมูลเหตุมาจากการที่นายไชยาเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัวกับสื่อบางฉบับ
ซึ่งขณะนั้นนายไชยายังไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินแต่อย่างใด
จนกระทั่งมีผู้ใหญ่ในจังหวัดนครปฐม
มาเตือนให้นายไชยาเร่งแจ้งบัญชีทรัพย์สิน
นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า ที่แน่ๆ
นายไชยาเป็นนักการเมืองมืออาชีพ
แถมเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยมาก่อน
จะปฏิเสธว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้
เพราะรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยที่จะต้องรู้กฎหมาย
หากทำผิดก็ต้องยอมรับผิด
ส่วนอนาคตหากจะได้รับแต่งตั้งเข้ามาเป็นรัฐมนตรีใหม่ก็ค่อยว่ากันไป
แต่ตอนนี้ก็ควรลาออกไปก่อน
'คุณไชยาจะมาบอกว่าเสียเวลาทำงานเพราะสุดท้ายก็จะถูกแต่งตั้งใหม่นั้น
ผมเชื่อว่าเป็นการแก้ขวย
เพราะขณะนี้ยังไม่รู้เลยว่ากฎหมายมีบทลงโทษอย่างไร
อาจจะมีผลย้อนหลัง
หรือลงโทษไปถึงอนาคตด้วยก็ได้
ส่วนชมรมแพทย์ชนบทจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไปนั้น
คงต้องรอดูผลการประชุมของ ป.ป.ช.
ในวันที่ 8 เมษายนนี้
ว่ามีบทสรุปอย่างไรก่อน'
นพ.เกรียงศักดิ์กล่าว |