กิจกรรมเครือข่ายฯ


กระแสร้อนเรื่อง "การเข้าถึงยา" ยังเป็นประเด็นที่ต้องพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะการประกาศใช้สิทธิ ตามสิทธิบัตร หรือ เรียกกันสั้นๆ ว่า "ซีแอล" การเรียกร้องครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแต่จะเพื่อให้ผู้ติดเชื้อฯ ได้เข้าถึงยาที่จำเป็นเท่านั้น แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ยังหมายถึง การเปิดทางให้ "คนจน" ทั่วประเทศ ได้รับความเป็นธรรมจากการ "เอารัด เอาเปรียบ" ของบริษัทยาข้ามชาติ แต่น่าเสียดาย ที่รัฐบาลกลับยังมองไม่เห็นถึง "สิทธิ" อันพึงมีของผู้ป่วย การต่อสู้เพื่อปลดแอกคนไทย จากปัญหายาราคาแพง จึงยังคงต้องดำเนินต่อไป..

อ่านต่อ
"บายเยอร์คลับ" การทำงานคู่ขนาน กับการเคลื่อนไหวระดับนโยบาย เพื่อให้ยาราคาถูก เพราะแม้ปัจจุบัน จะมีการบรรจุสิทธิประโยชน์ เรื่องการจ่ายยาต้านไว้รัส ไว้ในระบบหลักประกันสุขภาพ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายประการ ทำให้ผู้ติดเชื้อฯ บางคนไม่สามารถรับบริการได้ "บายเยอร์คลับ" เป็นการรวมกลุ่มกัน เพื่อจัดหายาราคาถูก ด้วยช่องทางต่างๆ สำหรับผู้ติดเชื้อฯ ที่มสามารถจ่ายค่ายาได้เอง
อ่านรายละเอียด

  'ชวรัตน'์ ลั่นไม่ล้ม CL สั่งห้ามเจ้าหน้าที่ สธ.รับเงื่อนไขบริษัทยา  
 

 

 
  “ชวรัตน” ลั่นไม่รับเงื่อนไขบริษัทยา ล้มซีแอล สั่งขรก. จนท. สธ.ห้ามรับข้อเสนอใดๆ เด็ดขาด ชี้ต้องเสนอผ่านคณะกรรมการร่วมฯ เท่านั้น ด้านอภ.เผย เซ็นสัญญาจัดซื้อยามะเร็งปอดตัวที่ 2 แล้ว จำนวน 4 แสนเม็ด ราคาเม็ดละ 3.50 บาท รวมมูลค่า 1.4 ล้านบาท ประหยัดงบ 86.6 ล้านบาท  
 

 
 

 

 
 

จากกรณีที่บริษัทยายักษ์ใหญ่รายหนึ่ง ได้เสนอเงื่อนไข ให้มีการล้มการประกาศบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรโดยรัฐ (ซีแอล) ซึ่งทางบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดเอง แต่มีข้อแม้ว่าให ้สธ. จัดซื้อยาทั้ง 2 ชนิดจากบริษัทนั้น

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ นพ.ไพจิตร วราชิต รองปลัด สธ.ตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นการด่วนแล้ว พร้อมทั้งให้กำชับเจ้าหน้าที่ของ สธ.ไม่อนุญาตให้บริษัทยามาเข้าพบ เพื่อมาล็อบบี้เสนอเงื่อนไขอะไรกับ สธ.ทั้งสิ้น และขอยืนยันว่า ขณะนี้นโยบายเรื่องซีแอลของ สธ.ขอให้ดำเนินการเป็นไปตามเดิมที่ สธ.ได้ประกาศไว้ทุกประการ โดยให้ อภ.ดำเนินการจัดหายาที่ประกาศซีแอลทั้ง 7 รายการ ให้เป็นไปตามภารกิจ เดิม

“ขณะนี้ยังไม่ทราบกระแสข่าวดังกล่าว เพิ่งจะรู้จากสื่อมวลชน รอให้เป็นข่าวจริงก่อนแล้วค่อยมาหารือกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่หากบริษัทยาต้องการนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำซีแอล ก็สามารถเสนอเข้าที่ประชุมของ คณะกรรมการร่วมเพื่อพัฒนาการเข้าถึงระบบยาที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืนได้ แต่จะไม่อนุญาตให้บริษัทยามาเสนอเงื่อนไขแบบล็อบบี้ เพราะบริษัทยาไม่มีอำนาจจะทำอะไรอย่างนี้ได้ เพราะตามกระบวนการหากมีการเสนอเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ผมจะต้องเป็นผู้อนุมัติเป็นคนสุดท้าย” นายชวรัตน์กล่าว

เมื่อถามว่า หากบริษัทเสนอเงื่อนไขจะลดราคายาต้นตำรับทั้ง 2 ชนิดดังกล่าว จะรับหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ต้องดูว่าราคาที่เสนอจะขายให้ สธ.เป็นอย่างไรสมเหตุสมผลหรือไม่ ซึ่งสธ.มีมาตรฐานเรื่องนี้อยู่แล้ว โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานเดิมสมัยนพ.มงคล ณ สงขลา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือ จะซื้อยาทีทำซีแอลจากบริษัทต้นตำรับต่อเมื่อมีราคาสูงกว่ายาสามัญไม่เกิน 5% แต่หากราคาที่เสนอแพงกว่ามานี้ก็คงไม่รับเงื่อนไข

ด้านนพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดหายาทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวว่า เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อภ.ได้ลงนามในการจัดซื้อยารักษาโรคมะเร็งเต้านม (เล็ทโทรโซล) จากบริษัท NATCO ประเทศอินเดีย จำนวน 4 แสนเม็ด ในราคาเม็ดละ 3.50 บาท รวมมูลค่า 1.4 ล้านบาท ซึ่งการจัดซื้อครั้งนี้ช่วยประหยัดงบประมาณไปได้ 86.6 ล้านบาท เพราหากซื้อยาต้นตำรับจะมีมีราคาเม็ดละ 220 บาท มีมูลค่าสูงถึง 88 ล้านบาท

ส่วนยารักษาโรคมะเร็งปอดและเต้านม (โดซีแท็กเซล) ขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งตรวจคุณภาพยาที่ประเทศเบลเยียม คาดว่า จะแล้วเสร็จภายในต้นเดือนกันยายนนี้ และยารักษาโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน (โคลพิโดเกรล) ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณภาพยาที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คาดว่า จะแล้วเสร็จภายในปลายเดือนสิงหาคมนี้