นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าทำงานที่กระทรวงวันแรก ถึงแนวนโยบายว่า จะเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนว่า ไทยให้ความสำคัญกับทรัพย์สินทางปัญญา ส่วนการใช้สิทธตามสิทธิบัตร หรือการทำซีแอลกับยานั้น กระทรวงพาณิชย์จะไม่สนับสนุนให้มีการใช้ซีแอลกับยาใดๆ เพิ่มขึ้นอีก แต่มั่นใจว่ามีวิธีการเจรจากับบริษัทเจ้าของยา เพื่อไม่ให้จำหน่ายยาที่จำเป็นแก่ไทย ในราคาที่แพงเกินไป
ทั้งนี้การทำซีแอลควรให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการ 3 ฝ่ายคือ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงสาธารณสุข ที่จะต้องไปเจรจากับบริษัทผู้ผลิตยาให้จำหน่ายราคาที่ถูกลงจากเดิม เพื่อให้ประชาชนชาวไทยสามารถเข้าถึงยาได้ ขณะที่บริษัทผู้ผลิตจะไม่ขาดความเชื่อมั่นต่อการดูแลทรัพย์สินทางปัญญาของไทย จนไม่มีการจดทะเบียนยาใหม่ๆ ในไทย ซึ่งแนวทางนี้จะเป็นประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ มองว่า ทุกอย่างสามารถหาข้อสรุปได้จากการเจรจา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องการให้คนไทยได้เข้าถึงยา แต่อีกด้านต้องไม่ให้กระทบต่อการค้าด้วย นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องของคุณภาพยาซึ่งวงการแพทย์พอใจ ที่จะใช้ยาดั้งเดิม (ออริจินอล) มากกว่ายาที่นำเข้าจากประเทศผู้ผลิตอื่น เช่น อินเดีย ซึ่งขณะนี้พบว่าอีก 1 ปี อินเดียก็จะไม่มีสิทธิที่จะผลิตยาเองแล้ว หากไทยยังคงใช้ซีแอลก็อาจต้องผลิตยาเอง และถึงเวลานั้นต้องใช้เวลาอีกนาน กว่าจะมั่นใจคุณภาพยาที่ผลิตว่าใช้ได้ผลดีต่อประชาชน
นายไชยา กล่าวอีกว่า กรณีที่กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า การทำซีแอล จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศลงได้หลายพันล้านบาทนั้น เป็นสิ่งที่ต้องนำตัวเลขมาหารือกัน และเปรียบเทียบว่าคุ้มค่ากับความเสียหายด้านการค้าหรือไม่ เพราะหากการค้าสามารถดำเนินไปได้ดี ประเทศจะมีรายได้มากขึ้น และนำเงินจำนวนดังกล่าว มาทดแทนเงินที่ต้องใช้จ่ายไปด้านสุขภาพได้
เหตุที่เกิดขึ้นเพราะสาธารณสุขประกาศใช้ซีแอลทั้งที่ ครม.ในสมัยนั้นยังไม่รู้เรื่อง จนเมื่อผมไปนั่งที่กระทรวง ก็เห็นหนังสือของนายเกริกไกร จีระแพทย์ รมว.พาณิชย์สมัยนั้น ระบุให้ทบทวนการประกาศซีแอล เพราะไทยกำลังจะถูกสหรัฐจัดอันดับประเทศคู่ค้าให้ถูกจับตามองสูงสุด ถ้ากระทรวงสาธารณสุขต้องจ่ายค่ายาเท่าไร เราก็เอาเงินอัดเข้าไปได้ พาณิชย์น่าจะดูแลได้ เพราะเราก็ดูแลเรื่องหารายได้ ขณะเดียวกันเห็นความสำคัญของการเข้าถึงยาเช่นกัน การเจรจาให้ได้ข้อสรุปที่เหมาะสมน่าจะดีกว่า" นายไชยา กล่าวและว่า การคัดค้านซีแอลยาเป็นแบรนด์ของเขา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการให้ความทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อว่าอย่างน้อยจะเป็นผลดีในการไปเจรจากับประเทศคู่ค้า
ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า การทำซีแอลยาเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาที่มีคุณภาพ ราคายุติธรรม ตนจะสนับสนุนงานตามที่ สธ.ได้ประกาศนโยบายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม การทำให้ยาถูกลงนั้นมีหลายวิธีคือ การควบคุมราคา การลดภาษี การประมูลซื้อยาล็อตใหญ่ให้เกิดการแข่งขันด้านราคา นอกจากนี้การย้ายกระทรวงบ่อยครั้ง จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มากระทรวงสาธารณสุขก็ถือว่าเป็นการทำงานด้านสังคม บริการประชาชนเหมือนกัน เมื่อมา สธ.ก็ได้บำบัดรักษาส่งเสริมสุขภาพประชาชน |