กิจกรรมเครือข่ายฯ


กระแสร้อนเรื่อง "การเข้าถึงยา" ยังเป็นประเด็นที่ต้องพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะการประกาศใช้สิทธิ ตามสิทธิบัตร หรือ เรียกกันสั้นๆ ว่า "ซีแอล" การเรียกร้องครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแต่จะเพื่อให้ผู้ติดเชื้อฯ ได้เข้าถึงยาที่จำเป็นเท่านั้น แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ยังหมายถึง การเปิดทางให้ "คนจน" ทั่วประเทศ ได้รับความเป็นธรรมจากการ "เอารัด เอาเปรียบ" ของบริษัทยาข้ามชาติ แต่น่าเสียดาย ที่รัฐบาลกลับยังมองไม่เห็นถึง "สิทธิ" อันพึงมีของผู้ป่วย การต่อสู้เพื่อปลดแอกคนไทย จากปัญหายาราคาแพง จึงยังคงต้องดำเนินต่อไป..

อ่านต่อ
"บายเยอร์คลับ" การทำงานคู่ขนาน กับการเคลื่อนไหวระดับนโยบาย เพื่อให้ยาราคาถูก เพราะแม้ปัจจุบัน จะมีการบรรจุสิทธิประโยชน์ เรื่องการจ่ายยาต้านไว้รัส ไว้ในระบบหลักประกันสุขภาพ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายประการ ทำให้ผู้ติดเชื้อฯ บางคนไม่สามารถรับบริการได้ "บายเยอร์คลับ" เป็นการรวมกลุ่มกัน เพื่อจัดหายาราคาถูก ด้วยช่องทางต่างๆ สำหรับผู้ติดเชื้อฯ ที่มสามารถจ่ายค่ายาได้เอง
อ่านรายละเอียด

  "ไชยา"โผล่คุมพาณิชย์เปิดเกมค้าน "ซีแอลยา"  
 

 

 
  "ไชยา" ออกลาย หลังคัมแบ็คเก้าอี้รัฐมนตรี ได้นั่ง รมว.พาณิชย์ ประกาศไม่สนับสนุน ยันจะใช้วิธีเจรจาบริษัทยาแทน ขณะที่ รมว.สาธารณสุข คนใหม่ ยอมรับชี้การทำซีแอลยา ช่วยเปิืดทางให้ประชาชน เข้าถึงยาที่มีคุณภาพ  
 

 
 

 

 
 

นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าทำงานที่กระทรวงวันแรก ถึงแนวนโยบายว่า จะเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนว่า ไทยให้ความสำคัญกับทรัพย์สินทางปัญญา ส่วนการใช้สิทธตามสิทธิบัตร หรือการทำซีแอลกับยานั้น กระทรวงพาณิชย์จะไม่สนับสนุนให้มีการใช้ซีแอลกับยาใดๆ เพิ่มขึ้นอีก แต่มั่นใจว่ามีวิธีการเจรจากับบริษัทเจ้าของยา เพื่อไม่ให้จำหน่ายยาที่จำเป็นแก่ไทย ในราคาที่แพงเกินไป

ทั้งนี้การทำซีแอลควรให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการ 3 ฝ่ายคือ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงสาธารณสุข ที่จะต้องไปเจรจากับบริษัทผู้ผลิตยาให้จำหน่ายราคาที่ถูกลงจากเดิม เพื่อให้ประชาชนชาวไทยสามารถเข้าถึงยาได้ ขณะที่บริษัทผู้ผลิตจะไม่ขาดความเชื่อมั่นต่อการดูแลทรัพย์สินทางปัญญาของไทย จนไม่มีการจดทะเบียนยาใหม่ๆ ในไทย ซึ่งแนวทางนี้จะเป็นประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ มองว่า ทุกอย่างสามารถหาข้อสรุปได้จากการเจรจา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องการให้คนไทยได้เข้าถึงยา แต่อีกด้านต้องไม่ให้กระทบต่อการค้าด้วย นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องของคุณภาพยาซึ่งวงการแพทย์พอใจ ที่จะใช้ยาดั้งเดิม (ออริจินอล) มากกว่ายาที่นำเข้าจากประเทศผู้ผลิตอื่น เช่น อินเดีย ซึ่งขณะนี้พบว่าอีก 1 ปี อินเดียก็จะไม่มีสิทธิที่จะผลิตยาเองแล้ว หากไทยยังคงใช้ซีแอลก็อาจต้องผลิตยาเอง และถึงเวลานั้นต้องใช้เวลาอีกนาน กว่าจะมั่นใจคุณภาพยาที่ผลิตว่าใช้ได้ผลดีต่อประชาชน

นายไชยา กล่าวอีกว่า กรณีที่กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า การทำซีแอล จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศลงได้หลายพันล้านบาทนั้น เป็นสิ่งที่ต้องนำตัวเลขมาหารือกัน และเปรียบเทียบว่าคุ้มค่ากับความเสียหายด้านการค้าหรือไม่ เพราะหากการค้าสามารถดำเนินไปได้ดี ประเทศจะมีรายได้มากขึ้น และนำเงินจำนวนดังกล่าว มาทดแทนเงินที่ต้องใช้จ่ายไปด้านสุขภาพได้

เหตุที่เกิดขึ้นเพราะสาธารณสุขประกาศใช้ซีแอลทั้งที่ ครม.ในสมัยนั้นยังไม่รู้เรื่อง จนเมื่อผมไปนั่งที่กระทรวง ก็เห็นหนังสือของนายเกริกไกร จีระแพทย์ รมว.พาณิชย์สมัยนั้น ระบุให้ทบทวนการประกาศซีแอล เพราะไทยกำลังจะถูกสหรัฐจัดอันดับประเทศคู่ค้าให้ถูกจับตามองสูงสุด ถ้ากระทรวงสาธารณสุขต้องจ่ายค่ายาเท่าไร เราก็เอาเงินอัดเข้าไปได้ พาณิชย์น่าจะดูแลได้ เพราะเราก็ดูแลเรื่องหารายได้ ขณะเดียวกันเห็นความสำคัญของการเข้าถึงยาเช่นกัน การเจรจาให้ได้ข้อสรุปที่เหมาะสมน่าจะดีกว่า" นายไชยา กล่าวและว่า การคัดค้านซีแอลยาเป็นแบรนด์ของเขา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการให้ความทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อว่าอย่างน้อยจะเป็นผลดีในการไปเจรจากับประเทศคู่ค้า

ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า การทำซีแอลยาเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาที่มีคุณภาพ ราคายุติธรรม ตนจะสนับสนุนงานตามที่ สธ.ได้ประกาศนโยบายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม การทำให้ยาถูกลงนั้นมีหลายวิธีคือ การควบคุมราคา การลดภาษี การประมูลซื้อยาล็อตใหญ่ให้เกิดการแข่งขันด้านราคา นอกจากนี้การย้ายกระทรวงบ่อยครั้ง จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มากระทรวงสาธารณสุขก็ถือว่าเป็นการทำงานด้านสังคม บริการประชาชนเหมือนกัน เมื่อมา สธ.ก็ได้บำบัดรักษาส่งเสริมสุขภาพประชาชน