กิจกรรมเครือข่ายฯ


กระแสร้อนเรื่อง "การเข้าถึงยา" ยังเป็นประเด็นที่ต้องพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะการประกาศใช้สิทธิ ตามสิทธิบัตร หรือ เรียกกันสั้นๆ ว่า "ซีแอล" การเรียกร้องครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแต่จะเพื่อให้ผู้ติดเชื้อฯ ได้เข้าถึงยาที่จำเป็นเท่านั้น แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ยังหมายถึง การเปิดทางให้ "คนจน" ทั่วประเทศ ได้รับความเป็นธรรมจากการ "เอารัด เอาเปรียบ" ของบริษัทยาข้ามชาติ แต่น่าเสียดาย ที่รัฐบาลกลับยังมองไม่เห็นถึง "สิทธิ" อันพึงมีของผู้ป่วย การต่อสู้เพื่อปลดแอกคนไทย จากปัญหายาราคาแพง จึงยังคงต้องดำเนินต่อไป..

อ่านต่อ
"บายเยอร์คลับ" การทำงานคู่ขนาน กับการเคลื่อนไหวระดับนโยบาย เพื่อให้ยาราคาถูก เพราะแม้ปัจจุบัน จะมีการบรรจุสิทธิประโยชน์ เรื่องการจ่ายยาต้านไว้รัส ไว้ในระบบหลักประกันสุขภาพ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายประการ ทำให้ผู้ติดเชื้อฯ บางคนไม่สามารถรับบริการได้ "บายเยอร์คลับ" เป็นการรวมกลุ่มกัน เพื่อจัดหายาราคาถูก ด้วยช่องทางต่างๆ สำหรับผู้ติดเชื้อฯ ที่มสามารถจ่ายค่ายาได้เอง
อ่านรายละเอียด

 

ข้อเสนอต่อ รมต.แรงงาน เรื่องผู้ประกันตนที่ติดเชื้อ

 
 

 

 
   
 

 
 

 

 
 
เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาที่ผ่านมา ตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อ,มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ได้เข้าพบ รมต.แรงงาน ไพฑูรย์ แก้วทอง เพื่อนำเสนอปัญหาและแนวทางการแก้ไข ผู้ประกันตนที่ติดเชื้อ ตามแนวทางข้างล่าง
สถานการณ์การบริการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไวอี/ผู้ป่วยเอดส์
ในระบบสวัสดิการประกันสังคม
 
1.   เรื่องการเบิกจ่ายยาต้าน ในระบบประกันสังคม ประกันสังคม จะประสานกับโรงพยาบาลแม่ข่ายเป็นหลัก โรงพยาบาลลูกข่ายซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชน ไม่สามารถเบิกจ่ายยาต้านผ่านระบบ VMI  ได้ตรงผู้ประกันตนต้องมารับบริการที่โรงพยาบาลแม่ข่ายหากโรงพยาบาลลูกข่ายจะจ่ายยาเอง มีขั้นตอน เช่นโรงพยาบาลลูกข่ายต้องเขียนชื่อสูตรยา จำนวนที่ต้องการใช้ โรงพยาบาลแม่ข่ายจะคีย์เบิกยา ผ่าน VMI เมื่อได้ยาก็จะส่งกลับไปที่โรงพยาบาลลูกข่ายอีกครั้ง
2.   การบริหารจัดการตรวจอื่นๆ เช่น ตรวจน้ำตาล, ตรวจไขมัน, SGPT เป็นข้อตกลงระหว่างโรงพยาบาลแม่ข่ายกับโรงพยาบาลลูกข่าย ว่าจะเบิกจ่ายทดแทนกันอย่างไร  ซึ่งประกันสังคมให้เบิกจากค่าใช้จ่ายรายหัวที่โรงพยาบาลแม่ข่ายได้รับ
3.   การตรวจซีดี 4 , ไวรัลโหลด โรงพยาบาลแม่ข่ายต้องสำรองจ่ายในการตรวจไปก่อน แล้วค่อยเบิกเงินคืนจากประกัน ซึ่งมีขั้นตอนและระยะเวลา ทำให้บางโรงพยาบาล ชะลอการตรวจ และค่าใช้จ่ายการเจาะเลือด ส่งเลือด ของโรงพยาบาลลูกข่าย เป็นเรื่องที่ โรงพยาบาลแม่ข่ายกับโรงพยาบาลลูกข่ายต้องตกลงกันเอง ซึ่ง ในหลายๆ แห่ง เป็นภาระของโรงพยาบาลลูกข่ายที่ต้องรับผิดชอบเอง
 
ปัญหาข้างต้นนี้ ทำให้บางพื้นที่โรงพยาบาลลูกข่ายหลายแห่งใช้วิธีให้ผู้รับบริการกลับไปรับที่แม่ข่ายโดยตรง เพื่อลดขั้นตอนและการจัดการ (หรือบางที่ไปใช้โครงการ NAPHA Extention) ทำให้ผู้ประกันตนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่สะดวกในการเดินทางมารับบริการ และมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ต้องลางานทั้งวัน ขณะที่บางคนไม่ได้ต้องการเปิดเผยเรื่องการติดเชื้อให้คนอื่นรู้ ทำให้ตอบคำถามเรื่องการลางานบ่อย ๆ  ไม่ได้
 
  
ข้อเสนอเพื่อลดช่องว่างในการรับบริการของผู้ประกันตน
 
ระยะสั้น
1.      ระบบประกันสังคม ควรเปิด หรือสร้างช่องทาง ให้ โรงพยาบาลลูกข่าย สามารถ ติดต่อโดยตรงได้กับ ระบบของประกันสังคม ในกรณีของผู้ป่วย/ผู้ติดเชื้อ HIV  เช่น
1)      ให้โรงพยาบาลลูกข่าย สามารถสั่งยาต้านได้ตรงจากระบบ  VMI
2)       ให้โรงพยาบาลลูกข่าย ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ได้ มีระบบการเบิกจ่าย ได้ตรง และ คล่องตัว และ ได้รับเงินตรงเวลา
2.      จัดสรรงบประมาณให้ครอบคลุมการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ค่าตรวจไขมัน ตรวจน้ำตาลในเลือด เป็นต้น
3.      ลดขั้นตอน หรือ งานเอกสาร (งานกระดาษ) ที่ไม่จำเป็น
ถ้ายังไม่สามารถแก้ระเบียบ ของ ทั้งสองหน่วยงานได้ ขอให้ เสนอฝ่ายนโยบาย ใช้ ข้อเสนอ ข้อ 4 ไปก่อน  
4.   ให้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)และ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ตกลงกัน อนุโลม ให้ หน่วยบริการทุกระดับ ของ สปสช. จัดบริการให้ผู้ประกันตน ที่ออกจากงาน ตกงาน ถูกเลิกจ้าง หรือ อื่นๆ ที่อยู่ในภาวะเป็นผู้ไม่มีงานทำ    สามารถ ใช้ ระบบแบบเดียวกับ ที่ สปสช.ใช้กับ หน่วยบริการ คือ ให้ หน่วยบริการ จัดบริการเหมือนกัน โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายไปก่อน ผู้ประกันตนไม่ต้องจ่าย แล้วให้ทางสำนักงานประกันสังคม เป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายคืนให้กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ภายหลัง ทั้งนี้สำนักงานประกันสังคม และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะต้องประกาศเป็นนโยบายร่วมกัน และมีแนวทางการจัดสรรงบประมาณ การบริหารจัดการที่ชัดเจน เพื่อให้ฝ่ายปฏิบัติงานเกิดความมั่นใจที่จะให้บริการ โดยไม่ต้องกังวลว่า จะเบิกจ่ายคืนได้หรือไม่ เช่น
1)   ใช้ระบบโปรแกรมของ สปสช.ในการรับบริการต่อเนื่องจากที่เคยรับ หรือ เริ่มรับยาใหม่  โดยที่ระบบสามารถตรวจนับ ได้ว่า มีผู้ประกันตนไปใช้บริการอะไรเท่าไหร่ และให้ใช้ มาตรฐาน ราคาเท่ากับ ที่ สปสช. จ่าย ให้กับ ประชาชนผู้มีสิทธิและให้ สปสช. ออกค่าใช้จ่ายให้กับ หน่วยบริการก่อน และ  ให้เรียกเก็บจาก สปส.   
ระยะยาว ให้การดูแลรักษาเรื่องเอชไอวี/เอดส์ เป็นการบริหารจัดการระบบเดียวกัน และมีแนวทางการพัฒนาร่วมกัน เพื่อลดปัญหาระหว่างการใช้สิทธิและการเข้าถึงบริการของผู้ติดเชื้อในทุกระบบ