|
รัฐบาลไทยต้องยึดหลักสิทธิมนุษยชน
และหลักการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
ในการดำเนินงานป้องกัน
และแก้ไขปัญหาเอดส์
เพื่อลดปัญหาการเลือกปฏิบัติ
การแบ่งแยกกีดกันโอกาสที่จะได้รับสวัสดิการต่างๆของรัฐ
1. ประชาชนทุกคนที่ติดเชื้อเอชไอวี
และป่วยด้วยเอดส์
มีสิทธิเข้าถึงการดูแลรักษาอย่างมีมาตรฐาน
ทั่วถึงเท่าเทียม
และครอบคลุมกลุ่มคนที่เข้าถึงยาก
เช่น เด็ก ผู้ต้องขัง
เยาวชนในสถานพินิจ
ผู้ใช้ยาเสพติด
และอื่นๆ
2. รัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็ก
เยาวชน
ที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์
ได้รับการพัฒนาศักยภาพในทุกด้าน
ทั้งด้านการศึกษา
การอยู่ร่วมในสังคม
ความมั่นคงทางจิตใจ
อารมณ์ และอื่นๆ
รวมทั้งต้องสนับสนุนให้ผู้ดูแล
ทั้งในครอบครัว
ชุมชนและสถานสงเคราะห์
มีความสามารถมากขึ้นในการดูแลเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบ
3. รัฐต้องดำเนินการให้กองทุนหลักประกันสุขภาพมีความเท่าเทียม
และมีมาตรฐานเดียวกันทั้ง
3
กองทุน คือ
ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ
ระบบประกันสังคม
และหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
4. รัฐต้องจัดบริการการดูแลรักษาสุขภาพให้คนที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน
โดยไม่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดใดใด
ในขณะเดียวกันให้รีบเร่งแก้ปัญหาเรื่องสถานภาพของการมีบัตรประชาชน
5. รัฐต้องจัดให้มีบริการการดูแลรักษาที่เหมาะสมให้กับแรงงานข้ามชาติ
ตามหลักสิทธิมนุษยชน
และให้มีมาตรฐานเดียวกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
6. รัฐมีหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมการผลิตยา
เพื่อรักษาผู้ติดเชื้อ
ผู้ป่วยเอดส์
โดยการใช้มาตรการทางกฎหมายสิทธิบัตร
เช่น
การใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ
การนำเข้าหรือผลิตยาที่ติดสิทธิบัตร
และรัฐต้องไม่คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกินไปกว่าข้อตกลงทางการค้าว่าด้วยเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
(ทริปส์)
ในองค์การการค้าโลก
จนเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงยาที่จำเป็นของประชาชน
7. การดำเนินการใดๆ
ของรัฐ
ในเรื่องการค้าเสรีกับประเทศต่างๆ
ที่ส่งผลกระทบต่อการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนรัฐต้องจัดให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน
จากสถาบันวิชาการอิสระโดยประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
และรัฐต้องนำเข้าสู่กระบวนการ
พิจารณาของรัฐสภาและต้องขอฉันทามติจากประชาชน
8. รัฐมีหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมความเข้าใจ
ในการอยู่ร่วมกันของผู้ติดเชื้อ
ผู้ป่วยเอดส์
ต่อสังคมและชุมชนโดยไม่ใช้สถานะของการมีเชื้อเอชไอวีมาเป็นอุปสรรคในการมีงานทำ
การเข้ารับการศึกษา
และการมีถิ่นอาศัยในสถานที่ต่างๆ
รวมถึงการได้รับสวัสดิการต่างๆ
9. รัฐมีหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาโครงการต่างๆ
เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่
ดังนี้
9.1 การจัดให้มีหรือแจกจ่ายหรือการทำให้ประชาชนเข้าถึงถุงยางอนามัย
สารหล่อลื่น
และแผ่นเลีย(oral
dam)
อย่างเพียงพอ
9.2 การจัดบริการถุงยางอนามัย
ต้องเอื้ออำนวยความสะดวก
ถึงกลุ่มคนต่างๆที่มีความหลากหลาย
เช่น
ถุงอนามัยสำหรับผู้หญิง
,อักษรเบรลเพื่อผู้พิการทางสายตา
9.3 การส่งเสริมเรื่องการตรวจเลือดโดยสมัครใจ
และทุกคนต้องได้รับบริการให้คำปรึกษาที่มีคุณภาพทั้งก่อนและหลังการตรวจเลือด
โดยมีระบบการรักษาความลับที่เป็นจริง
และต้องสนับสนุน
การพัฒนาบุคลากรทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณเพื่อให้มีระบบบริการให้คำปรึกษาที่มีคุณภาพ
9.4 สนับสนุนและส่งเสริมการทำงานเรื่องการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด
(Harm
Reduction)
โดยการพัฒนาและขยายการเข้าถึงบริการการใช้สารทดแทนสารเสพติด
เช่น ยาเมธาโดน
รวมทั้งการได้รับเข็มสะอาด
และการบำบัดรักษาผู้ใช้ยาเสพติด
9.5 โครงการอื่นๆที่เป็นการส่งเสริมให้เกิดการป้องกันเอดส์ของประชาชน
10.รัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริม
การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน
เรื่องเพศศึกษาให้กับเยาวชน
ทั้งในและนอกระบบการศึกษา
11.รัฐต้องส่งเสริมให้มีการรณรงค์
และการสื่อสารเรื่องเพศ
(เช่น สุขภาพทางเพศ,สิทธิทางเพศ,ความหลากหลายทางเพศ
ฯลฯ)
ในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น
12.รัฐต้องยอมรับว่า
งานบริการทางเพศ
เป็นงานอาชีพหนึ่ง
พนักงานบริการทางเพศทุกเพศ
มีสิทธิที่จะได้รับการปกป้องและได้รับสวัสดิการต่างๆเท่าเทียมกับอาชีพอื่นๆ
13.รัฐมีหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแผนงานและ
โครงการ
ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านเอดส์
ร่วมกับกลุ่มผู้ติดเชื้อ
องค์กรชุมชนและองค์กรพัฒนาเอกชน
โดยการสนับสนุนทั้งงบประมาณ
และองค์ความรู้
14.รัฐต้องส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกระบวนการทดลองยา
หรือวัคซีน
ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการ
15.รัฐต้องจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการทำงานเรื่องเอดส์ของภาคประชาชน
อย่างต่อเนื่อง |