HOME
The Comprehensive Continuum of Care Centre (CCC)
 A 4 year fight for "ARV"
 A fight on Drug Patent
ddI
Combid
 US- Thai FTA

 Buyer’s Club

Voluntary Testing

Part I
Part II
 

 

 

 

กว่าจะมาเป็น “วาระเอดส์...ภาคประชาชน”

...เพราะสภาพบ้านเมืองในปัจจุบันที่ยังหาความแน่นอนไม่ได้

...เพราะการดำเนินนโยบายของรัฐเป็นไปตามความต้องการของผู้นำ แต่ลืมฟังเสียงประชาชน

...เพราะประชาชนส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตา การทำงานที่ผ่านมาจึงเห็นว่าขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

ด้วยเหตุนี้...เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย และองค์กรพันธมิตรจึงลงทำงานในพื้นที่ ผ่านการทำเวที “ปฏิรูปสังคมและการเมือง” จาก 6 ภาคทั่วประเทศ คือ ภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคอีสาน ภาคใต้ ส่วนภาคกลางมีการทำเวทีร่วมกับภาคตะวันตก

การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือ workshop ที่จัดในกลุ่มผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ ก็เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เป็นการปูพื้นฐานเรื่องประชาธิปไตยกับการปฏิรูปสังคมและการเมืองให้กับผู้ติดเชื้อ (ให้รู้เท่าทันการเมือง) พร้อมทั้งมีการระดมความคิดเห็นในสิ่งที่ผู้ติดเชื้อต้องการเห็นจากการปฏิรูปสังคมและการเมืองที่กำลังจะมีขึ้น

หลังจากที่ได้ข้อเสนอจากทั้ง 6 เวทีแล้ว เราได้มีการนำเอาข้อเสนอทั้งหมดมารวบรวม และสรุปประเด็นกันออกมา (ผ่านการแสดงความเห็นของตัวแทนในแต่ละภาค) จนออกมาเป็นข้อเสนอที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง (แม้ยังไม่ค่อยสมบูรณ์ก็ตาม)

นอกจากนี้ เรายังได้มีการนำเอาข้อเสนอของภาคประชาชนในเรื่องเอดส์ ไปพูดคุย แลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็นกันในองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านเอดส์ในงานต่างๆด้วย เช่น สมัชชาสังคมไทย (Thai Social Forum: TSF) จนออกมาเป็น “วาระเอดส์ภาคประชาชน” (เอกสารแนบ)

ทำไมต้องวาระเอดส์ภาคประชาชน

ในช่วงหลังๆมานี้ จะหารัฐบาลที่สนใจเรื่องเอชไอวีอย่างจริงๆจังๆนั้นไม่ค่อยมี สังเกตได้จากนโยบายของรัฐที่เน้นแต่เรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจน พักหนี้เกษตรกร สนับสนุนการศึกษา ฯลฯ การดำเนินการเรื่องเอชไอวีจึงทำได้ไม่เต็มที่ (เห็นได้จากงบประมาณที่ลงมาทำงานด้านเอดส์ในปีที่ผ่านมาถูกหั่นออกเป็นครึ่ง) ทั้งที่สถานการณ์เอดส์ในไทย เป็นเรื่องที่ต้องการการทำงานอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลต้องใส่ใจที่จะแก้ปัญหาเรื่องเอดส์ให้เต็มที่มากกว่านี้

การที่มีวาระเอดส์ภาคประชาชนขึ้นมาก็เพื่อต้องการให้รัฐบาล (ไม่ว่าจะเป็นชุดใด พรรคใดก็ตาม) รับข้อเสนอของภาคประชาชนไปพิจารณาและปฏิบัติตาม เพราะไม่เพียงจะส่งผลดีต่อการทำงานด้านเอดส์ในประเทศไทยแล้ว ยังทำให้ระบบสาธารณสุขของไทยก้าวหน้าได้อย่างมั่นคง...  

    

รัฐบาลไทยต้องยึดหลักสิทธิมนุษยชน และหลักการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในการดำเนินงานป้องกัน และแก้ไขปัญหาเอดส์ เพื่อลดปัญหาการเลือกปฏิบัติ การแบ่งแยกกีดกันโอกาสที่จะได้รับสวัสดิการต่างๆของรัฐ

1.  ประชาชนทุกคนที่ติดเชื้อเอชไอวี และป่วยด้วยเอดส์ มีสิทธิเข้าถึงการดูแลรักษาอย่างมีมาตรฐาน ทั่วถึงเท่าเทียม และครอบคลุมกลุ่มคนที่เข้าถึงยาก เช่น เด็ก ผู้ต้องขัง เยาวชนในสถานพินิจ ผู้ใช้ยาเสพติด และอื่นๆ

2.  รัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ ได้รับการพัฒนาศักยภาพในทุกด้าน ทั้งด้านการศึกษา การอยู่ร่วมในสังคม ความมั่นคงทางจิตใจ อารมณ์ และอื่นๆ  รวมทั้งต้องสนับสนุนให้ผู้ดูแล ทั้งในครอบครัว ชุมชนและสถานสงเคราะห์ มีความสามารถมากขึ้นในการดูแลเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบ

3.  รัฐต้องดำเนินการให้กองทุนหลักประกันสุขภาพมีความเท่าเทียม และมีมาตรฐานเดียวกันทั้ง 3 กองทุน คือ ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ ระบบประกันสังคม และหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

4.  รัฐต้องจัดบริการการดูแลรักษาสุขภาพให้คนที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน โดยไม่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดใดใด ในขณะเดียวกันให้รีบเร่งแก้ปัญหาเรื่องสถานภาพของการมีบัตรประชาชน

5.  รัฐต้องจัดให้มีบริการการดูแลรักษาที่เหมาะสมให้กับแรงงานข้ามชาติ ตามหลักสิทธิมนุษยชน และให้มีมาตรฐานเดียวกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

6.  รัฐมีหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมการผลิตยา เพื่อรักษาผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยเอดส์  โดยการใช้มาตรการทางกฎหมายสิทธิบัตร เช่น การใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ การนำเข้าหรือผลิตยาที่ติดสิทธิบัตร และรัฐต้องไม่คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกินไปกว่าข้อตกลงทางการค้าว่าด้วยเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา (ทริปส์) ในองค์การการค้าโลก จนเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงยาที่จำเป็นของประชาชน

7.  การดำเนินการใดๆ ของรัฐ ในเรื่องการค้าเสรีกับประเทศต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนรัฐต้องจัดให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน จากสถาบันวิชาการอิสระโดยประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และรัฐต้องนำเข้าสู่กระบวนการ  พิจารณาของรัฐสภาและต้องขอฉันทามติจากประชาชน

8.  รัฐมีหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมความเข้าใจ ในการอยู่ร่วมกันของผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยเอดส์ ต่อสังคมและชุมชนโดยไม่ใช้สถานะของการมีเชื้อเอชไอวีมาเป็นอุปสรรคในการมีงานทำ การเข้ารับการศึกษา และการมีถิ่นอาศัยในสถานที่ต่างๆ รวมถึงการได้รับสวัสดิการต่างๆ

9.  รัฐมีหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ดังนี้

9.1 การจัดให้มีหรือแจกจ่ายหรือการทำให้ประชาชนเข้าถึงถุงยางอนามัย สารหล่อลื่น และแผ่นเลีย(oral dam) อย่างเพียงพอ

9.2 การจัดบริการถุงยางอนามัย ต้องเอื้ออำนวยความสะดวก ถึงกลุ่มคนต่างๆที่มีความหลากหลาย เช่น ถุงอนามัยสำหรับผู้หญิง ,อักษรเบรลเพื่อผู้พิการทางสายตา

9.3 การส่งเสริมเรื่องการตรวจเลือดโดยสมัครใจ และทุกคนต้องได้รับบริการให้คำปรึกษาที่มีคุณภาพทั้งก่อนและหลังการตรวจเลือด โดยมีระบบการรักษาความลับที่เป็นจริง และต้องสนับสนุน การพัฒนาบุคลากรทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณเพื่อให้มีระบบบริการให้คำปรึกษาที่มีคุณภาพ

9.4 สนับสนุนและส่งเสริมการทำงานเรื่องการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด (Harm Reduction)  โดยการพัฒนาและขยายการเข้าถึงบริการการใช้สารทดแทนสารเสพติด เช่น ยาเมธาโดน รวมทั้งการได้รับเข็มสะอาด และการบำบัดรักษาผู้ใช้ยาเสพติด

9.5  โครงการอื่นๆที่เป็นการส่งเสริมให้เกิดการป้องกันเอดส์ของประชาชน

10.รัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริม การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เรื่องเพศศึกษาให้กับเยาวชน ทั้งในและนอกระบบการศึกษา  

11.รัฐต้องส่งเสริมให้มีการรณรงค์ และการสื่อสารเรื่องเพศ (เช่น สุขภาพทางเพศ,สิทธิทางเพศ,ความหลากหลายทางเพศ ฯลฯ) ในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น

12.รัฐต้องยอมรับว่า งานบริการทางเพศ เป็นงานอาชีพหนึ่ง พนักงานบริการทางเพศทุกเพศ มีสิทธิที่จะได้รับการปกป้องและได้รับสวัสดิการต่างๆเท่าเทียมกับอาชีพอื่นๆ

13.รัฐมีหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแผนงานและ โครงการ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านเอดส์ ร่วมกับกลุ่มผู้ติดเชื้อ องค์กรชุมชนและองค์กรพัฒนาเอกชน  โดยการสนับสนุนทั้งงบประมาณ และองค์ความรู้

14.รัฐต้องส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกระบวนการทดลองยา หรือวัคซีน ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการ

15.รัฐต้องจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการทำงานเรื่องเอดส์ของภาคประชาชน อย่างต่อเนื่อง

 
The Thai Network of People Living with HIV/AIDS (TNP+)
494 Soi Nakronthai 11 Ladprao 101 Klong Jun Bangkapi, Bangkok 10240 Thailand
Tel. (66)2377-5065 Fax (66) 2377-9719 E-mail : tnpth@thaiplus.net