รู้จักเครือข่าย
งานเครือข่าย
การทำงานกับ รพ. ของกลุ่ม
กว่าจะถึงวันนี้ "ยาต้าน"...
ชมรมจัดซื้อยา
การต่อสู้เรื่องสิทธิบัตร
สมาชิกเครือข่าย
LINKS
สำนักโรคเอดส์
FTA watch
มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
สำนักงานหลักประกัน
สำนักงานประกันสังคม
ประชาไท
มพบ.
ตรวจเลือด...ต้องสมัครใจ
  เล่าเรื่องการชุมนุมเอฟทีเอเชียงใหม่ 9-11 ม.ค. 2549

ในวินาทีที่ขบวนผู้ชุมนุมต้านเอฟทีเอเคลื่อนมาถึงหน้าโรงแรมเชอราตัน
จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเสียงเพลง ‘อะไรก็ไม่รู้’
แม้คุณจะฟังเนื้อเพลงที่ผ่านออกมาจากลำโพงเสี้ยงอู้อี้ไม่ออก
หรือจับเนื้อหาของเพลงที่เบลอๆ

จากปากของผู้คนเรือนหมื่นไม่ได้

แต่มันเป็นวินาทีที่คุณสามารถรู้สึกได้อย่างกระจ่างแจ้งในความหมายของเพลง
สัมผัสได้ในเอกภาพและการต่อสู้


คุณไม่ต้องเห็นด้วยกับผู้ชุมนุม หรืออาจจะมีท่าทีขาวๆ
ดำๆ กับการเจรจาเอฟทีเอ
หรืออาจจะถูกหัวโขนความเป็นสื่อกักขังมิให้อารมณ์ความรู้สึกไหลลื่นไปกับกระแสประชาชน
แต่หากคุณเชื่อว่า
สิ่งที่คุณเห็นอยู่ตรงหน้าคือคลื่นขบวนนับหมื่นที่ต่อสู้เพื่อเพื่อน
ญาติมิตร เพื่อคนอื่นๆ เพื่อตัวเขาเอง และเพื่อคุณ
เชื่อเถิดบางทีน้ำตาของคุณอาจจะต้องไหลรื่นอยู่ในเบ้าตา

เราไม่เห็นความตื้นตันของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งกำแพงกั้นผู้ชุมนุมอยู่ในวันนั้นหรอกครับ
เพราะทุกคนหยุดนิ่ง หรืออันที่จริงคงต้องบอกว่า
‘โลกในเวลานั้นหยุดยิ่ง
มีแต่ผุ้ชุมนุมเท่านั้นที่เคลื่อน’
ผมเองก็ไม่มีปัญญาจะเห็นว่า
หัวใจของเจ้าหน้าที่เหล่านั้นสูบฉีดเลือดให้ไหลลงไปที่ตาตุ่มหรือไม่
แต่ผมมั่นใจได้ว่า แต่ละคนคงจะงงๆ
หรือบางคนอาจจะถามตัวเองอยู่บ้างก็ได้ว่า
นี่เขาได้รับคำสั่งให้ต้องมาเผชิญหน้ากับ ‘กองทัพ’
อันแข็งแกร่งเช่นนี้เชียวหรือ

อย่าลืมนะครับว่า ผู้คนที่มาชุมนุมในวันนั้นมาจาก 12
เครือข่าย ส่วนใหญ่ไม่รู้จักกันมาก่อน มาจากคนละภาค
เหนือ กลาง อีสาน ใต้
มากันด้วยความตระหนักเน้นกันคนละปัญหา
แต่มีจุดร่วมกันคือ ต่อต้านการเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐ
การบริหารขบวนประชาชนนับหมื่นให้อยู่ในระเบียบวินัยทั้งๆ
ที่แต่ละคนที่ไม่เคยผ่านการอบรม ฝึกฝน
และใช้ชีวิตอย่างธรรมดาเหมือนเราๆ นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย
และคงจะยากกว่าที่จะขับเคลื่อนให้ไปสู่เป้าหมาย
กระทั่งยากยิ่งกว่ายาก
ที่จะร้อยรัดเครือข่ายเหล่านี้เข้ามาเหนื่อยร่วมกัน
อาทรกันและกัน กระทั่งสละทุกอย่างเพื่อต่อสู้ร่วมกัน

ผมเคยเห็นการชุมนุมมาหลายครั้งครับ
แต่ถ้ามันไม่ต่างก็คงไม่หยิบมาพูดมาเขียนมาบอกเล่า

เพลงที่มารู้ชื่อทีหลังว่า ‘โซลิดาริตี้’
ในจังหวะมาร์ชทรงพลัง ฮึกเหิม “แม้เวลาจะยังยาวไกล
เลือดรดรินหลั่งไหล เราก้าวไปด้วยกำลังใจ
สู่เส้นชัยเสรี” ที่มีท่อนแทรกว่า ‘ไม่เอาเอฟทีเอ’
เปล่งออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำของคนทั้งหมื่นเท่าที่ปอด
หลอดคอ และกล่องเสียงจะอนุญาต นั่นเป็นเพียงส่วนเดียว

อีกไม่กี่นาทีต่อมาที่คุณได้เห็น ‘หน่วยผ้าดำ’
ทำหน้าที่แนวหน้าผลักดันแนวกำแพงของตำรวจ ในขณะที่
ด้านหลังหน่วยผ้าดำ
มีอีกหน่วยหนึ่งที่นำไม้รวกกั้นเป็นแนว
เพื่อป้องกันผู้คนนับหมื่นที่อยู่หลังแนวนั้นฮือบุกเข้าสมทบกับหน่วยผ้าดำ
จนอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายหรืออยู่ในสภาพที่ควบคุมไม่ได้นั้น
บอกกับเราว่า
นี่เป็นการจัดการม็อบที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้คนอันรอบคอบ

พูดก็พูดเถิดครับ
เราเห็นแม้กระทั่งการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินสาธารณะที่อยู่บริเวณนั้น
ขณะที่เราไม่เห็นการป้องกันนี้จากเจ้าหน้าที่รัฐ
อาจจะเพราะเจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งมาเพียงแค่ป้องกันมิให้ผู้ชุมนุมเข้ามาในบริเวณที่ผู้แทนจากสองประเทศกำลังเจรจาเท่านั้น
ขณะที่ผู้ชุมนุมเหล่านั้นมาด้วยจิตใจที่เห็นใจคนอื่นๆ
ไม่ว่าคนอื่นๆ เหล่านั้นจะก่นด่า ไม่เห็นด้วย
หรือเพราะไม่รับรู้ถึงความร้ายแรงจากเอฟทีเอหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องบอกว่า
ตำรวจภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ระดับสูงซึ่งผมไม่ทราบว่าเป็นใคร
เป็นตำรวจชุดที่รับมือกับผู้ชุมนุมได้ดี
เราได้ยินการสำทับครั้งแล้วครั้งเล่าจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงสั่งการให้ตำรวจใช้การผลักดันอย่างเดียว
เราไม่เห็นเจ้าหน้าที่ติดอาวุธ
(มีแต่ปืนยิงแก๊สน้ำตาที่สะพายหลังอยู่กับตำรวจตระเวนชายแดนซึ่งไม่ได้ใช้)
กระบองที่ตำรวจถือ
เราไม่เห็นว่ามันถูกยกขึ้นมาเกินกว่าระดับเอว
นั่นหมายความว่า มันไม่ได้ถูกใช้เพื่อฟาด
เว้นเสียแต่ตำรวจบางคนที่สกัด หน่วยผ้าพันคอดำ 20
คนที่ว่ายน้ำข้ามแม่ปิงขึ้นโรงแรม
ที่เลือกจะใช้ความรุนแรง ทั้งฟาดทั้งกระทืบเพียง
เพื่อจะหยุดการรุกคืบของมนุษย์กบ
แทนที่จะเลือกใช้กำแพงเจ้าหน้าที่ที่มากพอจะยืนนิ่งๆ
ปิดทางสกัดการวิ่งขึ้นบก
ซึ่งทำให้เราไม่สามารถจะเอ่ยชมเจ้าหน้าที่ชุดนี้ได้เต็มปาก

เช่นเดียวกับผู้ชุมนุมที่เราไม่เห็นแม้แต่การชูมือขึ้นเหนือไหล่ในยามที่บุกเข้าผลักดันตำรวจ
ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมต่างก็ทำหน้าที่ของตน
อยากจะบอกด้วยสำเนียงแบบน้ำเน่าสักนิดด้วยซ้ำว่า
ผู้ชุมนุมหน่วยผ้าดำเขาใช้หน้าอกในตำแหน่งที่ตรงกับหัวใจ
และไหล่ที่เขาใช้แบกชีวิตเป็นอวัยวะส่วนที่ดันกำแพง
แน่นอนภายใต้ขนาดหัวใจที่ต่างกัน ผลก็คือ
ม็อบทั้งหมดรุกคืบเข้ายึดพื้นที่หน้าโรงแรมได้เกือบเบ็ดเสร็จ


ภายใต้สภาพการจัดการเช่นนี้ ผมเชื่อแน่ว่า
จะไม่มีทางที่ความรุนแรงและความวุ่นวายใดๆ
จะเกิดขึ้นจากฝ่ายผู้ชุมนุมไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ
ผมไม่เชื่อด้วยว่าจะมีใครกล้ามาสลายการชุมนุม
เพราะนั่นเท่ากับผู้สลายนั่นเองที่จงใจใช้ความรุนแรงเพื่อทำให้เกิดสภาพจลาจล
ใครที่มักจะด่าว่าการชุมนุมเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรง
น่าจะได้ลองมาดูการชุมนุมครั้งนี้หรือครั้งไหนๆ บ้างว่า
การชุมนุมโดยการจัดการทั้งครั้งนี้และในทุกครั้งที่ผ่านมา
เป็นกลไกที่เกิดขึ้นเพื่อป้องกันความรุนแรง
ทั้งจากแรงกดดันของปัจเจกที่ไม่พอใจที่รัฐกระทำกับเขา
ทั้งจากมือที่สาม หรือทั้งจากฝ่ายรัฐที่จะใช้ความรุนแรง

หากชัยชนะของการชุมนุมครั้งนี้อยู่ที่การยกเลิกการเจรจา
หรือล้มการเจรจา ก็คงต้องบอกว่า
ขบวนผู้ชุมนุมครั้งนี้มิได้ประสบชัยชนะ
ชัยชนะแบบนั้นมิได้ยั่งยืน
เพราะที่สุดมันจะมีประเด็นอื่นๆ คืบเข้ามาอีก
ชัยชนะที่ยั่งยืนคือจะทำอย่างไรที่จะเกิดการต่อสู้อย่างทรงพลังในทุกครั้งที่มีประเด็นเข้ามาอันกัดกินชีวิต
ซึ่งผมว่าการชุมนุมครั้งนี้ทำได้ ทำได้ดี
และเกินความคาดหวังของแกนนำการชุมนุมทุกคน
นอกเหนือจากที่ทำให้ผู้แทนเจรจาทั้งสองฝ่ายต้องเผ่นหนีข้ามจังหวัดไปประชุมที่อื่นซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้การชุมนุมที่อ่อนล้าโรยแรงต้องสลายลง

ผมคิดว่า ผู้ชุมนุมทุกคนต่างก็รู้ว่า
วันหนึ่งเขาจะกลับมา คราวนี้เขาจะร้องเพลง ‘โซลิดาริตี้’
ได้ดีกว่าเดิม ทรงพลังกว่าเดิม

ไม่แน่นักหากวันหนึ่ง
การค้าเสรีมันเข้ามาคุกคามธุรกิจและเสรีภาพของสื่อ
วันหนึ่งมันเข้ามาเปลี่ยนชีวิตคนชั้นกลางให้เป็นแรงงานไร้ความหมาย
เปลี่ยนเถ้าแก่ให้กลายเป็นลูกจ้างบรรษัทข้ามชาติ
กินข้าวจีเอ็มโอ จำต้องก้มกราบหากจะหาซื้อยามารักษาโรค
ไม่แน่หรอกว่า วันนั้น ‘สื่อ’
คนชั้นกลางเองก็อาจจะต้องมาร้องเพลงนี้ร่วมกัน
ผมจึงอยากเสนอว่า หัดร้องเพลงนี้ไว้บ้างก็ดี

ก่อนผู้ชุมนุมจะแยกย้าย ผมได้ยินเพลงโซลิดาริตี้อีกครั้ง
เชื่อไหมครับ ในเนื้อเร้องเดิม จังหวะมาร์ช จังหวะเดิม
เพลงนี้ช่างเป็นเพลงที่หวานจับใจ
และอบอุ่นอย่างที่มนุษย์ในชีวิตปัจเจกไม่เคยหรือไม่มีโอกาสได้สัมผัสมาก่อนเลย

โดย ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการสำนักข่าวประชาไท

 
สื่อรณรงค์
เรื่องน่ารู้
คำประกาศสิทธิ ผู้ป่วย
สิทธิประโยชน์เรื่องยาต้านไวรัส
  - ประกันสังคม
  - หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
 เกาะติดงาน FTA
ระวัง 30 บาทล่มสลาย
แถลงประกาศชัยชนะเบื้องต้น
แถลงการณ์ "จุดยืน" เครือข่ายฯ
แถลงการณ์กลุ่ม "ศึกษาปัญหายา"
ฉันคือเด็กคนหนึ่ง
ข้อเท็จจริง 10 ประการ
เรื่องเล่าการชุมนุม FTA
การชุมนุมเอฟทีเอวันที่ 8-9 

 การชุมนุมเอฟทีเอวันที่ 10 

การชุมนุมเอฟทีเอวันที่ 13 

ภาพบางส่วนจากการชุมนุม
 
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย
494 ซอยนครไทย 11 ลาดพร้าว 101 คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพ 10240
โทร. (66)2377-5065 แฟกซ์ (66) 2377-9719 E-mail : tnpth@thaiplus.net