|
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ประเทศไทย
ได้รับเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากทั่วโลก
จากบรรดาองค์กรที่ทำงานด้านเอชไอวีเอดส์ที่เข้าร่วมกว่า
500
องค์กร ให้เป็น
1
ใน
5
องค์กรที่ได้รับรางวัลริบบิ้นแดง
(Red Ribbon
Award)
รางวัลนี้จะมอบเป็นเกียรติให้กับองค์กรที่ทำงานกับชุมชนในการผลักดัน
รณรงค์
ช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ทุก
2
ปี
โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของสหประชาชาติ
คณะกรรมการจัดงานประชุม
รัฐบาลแคนาดา
นอร์เวย์ ออสเตรีย
ฟินแลนด์
และไอร์แลนด์
และองค์กรแคร์นานาชาติ
ในบทความหนึ่งของหนังสือพิมพ์
The
Nation
ฉบับวันนี้
เรื่อง กรณีศึกษาในการต่อสู้กับเอดส์
(A case study in
combating Aids)
ซึ่งกล่าวถึงกรณีประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับเชื้อเอชไอวีเอดส์
โดยเฉพาะการใช้นโยบายที่รับประกันการเข้าถึงยาต้านไวรัสในราคาที่ไม่แพงให้กับผู้ติดเชื้อกว่า
90%
ทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้โดยปกติสุข
และธนาคารโลกถึงกับยกประสบการณ์ประเทศไทยว่า
พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแม้แต่ประเทศที่มีทรัพยากรจำกัดยังสามารถทำให้มียาต้านไวรัส
(ARV)
พอในราคาถูกสำหรับทุกคนที่ต้องการมันจริงๆ
นั้น
ผู้เขียนได้กล่าวถึงตัวละคร
2
กลุ่มว่า กระทรวงสาธารณสุขของไทยและหุ้นส่วนที่มิใช่รัฐบาล
(non-governmental
partners)
ควรจะภูมิใจว่างานที่พวกเขาได้ทำเพื่อต่อสู้กับเอชไอวี/เอดส์ในประเทศนี้ได้รับการพูดถึงอีกครั้งหนึ่งถึงเรื่องราวความสำเร็จที่โดดเด่นซึ่งประเทศกำลังพัฒนาควรเอาอย่าง
แม้ว่าผู้เขียนจะไม่ได้บรรยายเพิ่มเติมถึงฉากหลังของความสำเร็จหรือสาธยายตัวละครโดยเฉพาะ
หุ้นส่วนที่ไม่ใช่รัฐบาล
ต่อ
ว่าหมายถึงใครบ้าง
และมีบทบาทอย่างไร
แต่การประกาศรางวัลริบบิ้นสีแดงในครั้งนี้เป็นเหมือนกระจกสะท้อนเรื่องราวส่วนสำคัญที่อยู่นอกบทความชิ้นนี้ให้เข้าสู่การรับรู้ของสังคมไทยได้อย่างพอดิบพอดีว่า
หนึ่งในหุ้นส่วนที่ไม่ใช่รัฐบาลนั้น
คือ
เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ
นั่นเอง
ในปี
2542
การประชุมของเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ
พบว่า
การสำรวจการได้รับยาป้องกันโรคปอดอักเสบพีซีพี
(ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของผู้ติดเชื้อ)
ของแกนนำที่มาร่วมประชุมนั้น
มีผู้ที่เข้าเกณฑ์การรับยาป้องกันแต่ได้รับยาไม่ถึง
50% ทั้งๆที่ยาป้องกันหาได้
ราคาไม่แพง
แต่ระดับแกนนำผู้ติดเชื้อ
ไม่สามารถเข้าถึงได้
และนั่นยังไม่รวมถึงสถานการณ์การเข้าถึงยาต้านไวรัส
ที่แทบไม่ต้องนึกถึงในสถานการณ์ขณะนั้น
หากใครเข้าไปในเว็บไซด์ของเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ
www.thaiplus.net
จะเห็นว่า
สถานการณ์การเข้าถึงยาต้านไวรัสที่พัฒนาขึ้นในวันนี้ไม่ได้จู่ๆก็หล่นลงมาจากฟ้า
หากได้มาด้วยการผลักดันและการทำงานอย่างต่อเนื่องและกระตือรือล้นของเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯร่วมกับองค์กรอื่นๆเท่านั้น
จนทำให้ตัวเลขการเข้าถึงยาต้านไวรัสเพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า
90%
ตามที่ธนาคารโลกระบุ
ทั้งนี้
ต้องยกคุณความดีส่วนหนึ่งให้กับองค์การเภสัชกรรมที่สามารถผลิตยาต้านไวรัสในราคาต่ำได้เอง
จึงทำให้งบประมาณอันจำกัดนั้นสามารถเฉลี่ยให้ผู้ติดเชื้อฯได้มากคนขึ้น
ในวันนี้
เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯมีศักยภาพเพียงพอที่จะไปมีส่วนร่วมในการจัดการระบบประกันสุขภาพด้วย
โดยทำงานร่วมกับโรงพยาบาลในการให้คำปรึกษาและข้อมูลที่ถูกต้องเรื่องการดูแลรักษาและการทานยาของผู้ติดเชื้อฯ
ไม่เพียงเท่านั้น
เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯยังมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบมาตรฐานของการให้สิทธิบัตรยาของไทย
เช่น
ในกรณีการตรวจสอบและคัดค้านการให้สิทธิบัตรยาคอมบิดกับบริษัทแกล็กโซ
สมิทไคล์น (ประเทศไทย)
จำกัด
รวมถึงการตั้งคำถามกับนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างเช่น
การจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี
(เอฟทีเอ)
และคัดค้านข้อตกลงด้านสิทธิบัตรยาซึ่งมุ่งไปที่การตอบสนองต่อผลประโยชน์ของบริษัทยาข้ามชาติเป็นสำคัญ
เมื่อวานได้มีโอกาสไปชมหนังเรื่องหนึ่ง
ชื่อ
Tiger Brigades
หรือชื่อภาษาไทยว่า
พลพยัคฆ์เหลี่ยมเพชร
ฉากของเรื่องเกิดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศสในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
โดยปมของเรื่องเกิดจากการที่เงินกู้ที่ฝรั่งเศสให้กับรัสเซียนั้นถูกยักยอกและคอรัปชั่นโดยเจ้าชายแห่งรัสเซียองค์หนึ่งและกลุ่มผู้มีอำนาจและข้าราชการบางส่วนในฝรั่งเศส
แม้ว่าทั้งชื่อเรื่องและโปสเตอร์ของหนังเรื่องนี้จะเน้นไปที่กลุ่มข้าราชการตำรวจพิเศษที่เรียกว่า
Tiger Brigades
ที่พยายามสางความอลหม่านต่างๆ
แต่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีพระชายา
Constance
ของเจ้าชายแห่งรัสเซียและกลุ่มของเธอ
ซึ่งมุ่งทำทุกทางเพื่อจะหาหลักฐานเปิดโปงและจัดการกับความเลวร้ายของทั้งเจ้าชายและพวกพ้อง
นั่นรวมถึงการขโมยสมุดจดรหัสลับอันเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ
การขู่ขวัญทางจิตวิทยาด้วยหัวสุนัข
การปลอมตัว
การตีพิมพ์ความหมายของรหัสลับลงหนังสือพิมพ์
จนถึงการพยายามฆาตกรรมเจ้าชายด้วยระเบิด
ที่น่าสนใจก็คือ
แม้ว่าเรื่องราวของการมุ่งเอาประโยชน์ใส่ตัวโดยไม่แยแสกับคนอื่นนั้นเกิดมาทุกยุคทุกสมัย
(ซึ่งก็น่าแปลกที่คนยิ่งมีมักจะยิ่งอยากได้และเอาจากคนอื่นเรื่อยไป)
แต่เรื่องราวของคนที่ต่อสู้กับความโลภและความไม่ชอบธรรมก็มีอยู่ในทุกยุคทุกสมัยด้วยเช่นกัน
ต้องขอบคุณกลุ่มผู้ติดเชื้อฯที่ทำตัวเป็นกลุ่มของพระชายา
Constance
ยุคโลกาภิวัฒน์
ซึ่งในขณะที่ต่อสู้เพื่อสิทธิในการเข้าถึงยาและการรักษาของตน
ก็ได้ถากถางทางเปิดเผยให้สังคมไทยรับรู้ความเป็นจริงอีกด้านที่ไม่สวยงามของเอฟทีเอและระบบสิทธิบัตรยา
และในวันนี้..แม้แต่โลกก็ยังต้องยกย่องคนตัวเล็ก
(แต่ใจใหญ่)
กลุ่มนี้ว่าเป็นตัวอย่างของกลุ่มคนที่สร้างประโยชน์ให้กับมวลมนุษยชาติ
ไม่ใช่เพื่อ เงิน
แต่เพื่อ หัวใจ
|