|
จนกระทั่งในปี 2542 มีการประชุมสมัชชาเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ครั้งที่ 2 ที่ จ.หนองคาย ซึ่งมีแกนนำกลุ่มเข้าร่วมจากเครือข่ายฯภาคต่างๆ คือ ภาคเหนือตอนบน ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และ ภาคเหนือตอนล่าง มาเข้าร่วมประชุม ขณะที่ในส่วนของภาคใต้ แม้ในขณะนั้นจะยังไม่มีการรวมตัวเป็นเครือข่าย แต่ก็มีตัวแทนจากกลุ่มในพื้นที่เดินทางมาร่วมประชุม
โดยในการประชุมครั้งนี้ เครือข่ายได้เห็นความชัดเจนมากขึ้นว่า นอกจากปัญหาการถูกรังเกียจ กีดกัน ยังมีปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นคือ เรื่องการเข้าถึงการรักษา รูปธรรมที่สะท้อนปัญหานี้ชัดเจน คือ จากการสำรวจการได้รับยาป้องกันโรคปอดอักเสบพีซีพี (ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของผู้ติดเชื้อ) ของแกนนำที่มาร่วมประชุม พบว่า มีผู้ที่เข้าเกณฑ์การรับยาป้องกัน ได้รับยาไม่ถึง 50% ทั้งที่ยาป้องกันหาได้ ราคาไม่แพง แต่ระดับแกนนำผู้ติดเชื้อ ไม่สามารถเข้าถึงได้ และนั่นยังไม่รวมถึงสถานการณ์การเข้าถึงยาต้านไวรัส ที่แทบไม่ต้องนึกถึงในสถานการณ์ขณะนั้น
จากการพบกันครั้งนี้ เครือข่ายมีเป้าหมายและแผนงานร่วมกันมากขึ้น โดยเฉพาะแนวทางการทำงานเรื่องการเข้าถึงการรักษา ซึ่งงานดังกล่าว มีแนวร่วมที่เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่พร้อมร่วมทำงานด้วยอย่างชัดเจน เริ่มจากการทำงานเพื่อเข้าถึงการป้องกันและรักษาโรคฉวยโอกาส และขยายสู่การทำงานเพื่อการเข้าถึงการรักษาด้วยยาต้านไวรัส
"..การพบกันครั้งนั้น เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เครือข่ายเห็นว่า เรื่องการเข้าถึงการรักษา เป็นงานเร่งด่วน ที่เราต้องลงมืออย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้น ก็จะไม่มีวันเกิดการเปลี่ยนแปลง เราต้องทนดูเพื่อนผู้ติดเชื้อฯ ต้องตายลงทุกวัน เพราะไม่รู้เรื่องการดูแลตนเอง และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และต้องจำยอมกับสิ่งที่เกิดขึ้น.."
นับจากนั้นมา การทำงานของเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯในประเทศไทย จึงเข้มข้นขึ้น และเข้มข้นขึ้น จนถึงปัจจุบัน |