รู้จักเครือข่าย
งานเครือข่าย
การทำงานกับ รพ. ของกลุ่ม
กว่าจะถึงวันนี้ "ยาต้าน"...
ชมรมจัดซื้อยา
การต่อสู้เรื่องสิทธิบัตร
สมาชิกเครือข่าย
LINKS
สำนักโรคเอดส์
FTA watch
มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
สำนักงานหลักประกัน
สำนักงานประกันสังคม
ประชาไท
มพบ.
ตรวจเลือด...ต้องสมัครใจ
  บันทึกวันที่ 8-9 มกราคม 2549
 

โดย ตะวัน ทรงกล

บันทึกประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อคัดค้านเขตการค้าเสรีไทย-สหรัฐฯ


เมื่อตอนค่ำของวันที่ 8 มกราคม 2549 นั้น พวกเราจากทุกกลุ่มทะยอยมาถึงกันเกือบทั้งหมดแล้ว ยกเว้นกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกและเครือข่ายป่าไม้ที่ดินจากภาคใต้ซึ่งเดินทางด้วยรถไฟจากหาดใหญ่-สุราษฎร์ซึ่งต้องใช้เวลาสองวันสองคืนก่อนที่จะมาถึงในตอนเช้าของวันที่ 9 มกราคม การชุมนุมครั้งนี้เป็นข่าวใหญ่มาสองสามวันแล้วเนื่องจากพวกเราได้แถลงข่าวการเคลื่อนไหวครั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีผู้สื่อข่าวเข้าร่วมการแถลงข่าวมากกว่า 40 คน ห้องประชุมชั้นสองของสมาคมจึงแน่นขนัดจนนักข่าวบางคนไม่สามารถหาที่นั่งได้จนต้องนั่งกับพื้นห้อง พวกเราคาดหมายอยู่แล้วว่านี่จะเป็นข่าวใหญ่แน่นอนเนื่องจากเป็นการประกาศชุมนุมการเคลื่อนไหวใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 10,000 คน โดยเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน 11 องค์กร ในขณะที่การเจรจาเอฟทีเอระหว่างไทย-สหรัฐฯนั้นกำลังงวดเข้าๆทุกที

หนังสือพิมพ์หลายฉบับลงข่าวการแถลงข่าวของเราในหน้าหนึ่งตั้งแต่วันที่แถลงข่าวแล้ว บางฉบับทำการบ้านมาเป็นอย่างดีโดยปูข่าวการเคลื่อนไหวและการเจรจามาตั้งแต่วันที่ 6 มีการนำเอาบทความและเอกสารประกอบของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติลงติดต่อกันยาวเหยียด หนังสือพิมพ์หลายฉบับนำเอาภาพการเคลื่อนพลของกลุ่มผู้ชุมนุมที่หาดใหญ่ลงตีพิมพ์ในหน้าแรก สร้างภาพลักษณ์ให้การเคลื่อนไหวครั้งนี้คึกคักอย่างยิ่ง

บริเวณที่รกร้างตรงข้ามสถานีรถไฟเชียงใหม่เมื่อค่ำของวันที่ 8 นั้น ทุกคนซักซ้อมความเข้าใจในการเคลื่อนไหว ซ้อมการจัดขบวน ร้องเพลง และการตะโกนหยุดเอฟทีเอ ผ้าพันคอ ผ้าโพกหัว ธงเล็กๆถูกแจกจ่ายออกไปทั่วๆ เรารวมพลกันเป็นกลุ่มๆ โดยกลุ่มใหญ่ที่สุดคือเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ รองลงมาคือเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก กลุ่มที่เหลือก็ลดหลั่นลงมา รวมกำลังประมาณ 10,000 คน น่าขำที่รัฐมนตรีมหาดไทยพลเอก คงศักดิ์ วันทนา แถลงข่าวเมื่อเย็นวันที่ 8 ว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมมีประมาณ 300-400 คนเท่านั้น และต่อมาเขาต้องให้สัมภาษณ์ใหม่เมื่อวันที่ 9 ว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมมีจำนวนมากขึ้นจนผิดปกติ คุณภาพการข่าวและคุณภาพรัฐมนตรีมหาดไทยแบบนี้เองที่ทำให้การแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ยิ่งแก้ก็ยิ่งขยายลุกลามไปยิ่งขึ้น

เช้าวันที่ 9 มกราคม 2549 พวกเราตื่นกันตั้งแต่เช้าท่ามกลางอากาศค่อนข้างหนาว รถขบวนเริ่มเปิดเพลงปลุกเร้า ดวงตาของทุกคนมีประกายมุ่งมั่น ธง ป้ายผ้า ถูกชูขึ้นพรึ่บ รอสัญญาณจากผู้นำที่อยู่ข้างหน้า และแล้วขบวนก็ค่อยๆเคลื่อนจากบริเวณหน้าสถานีรถไฟ แถวหน้ากระดานเรียง 5 ยาวเหยียดของเราเริ่มเคลื่อนพลเมื่อประมาณ 9.00 น. เครือข่าย 11 เครือข่ายที่ร่วมเดินกันประกอบไปด้วย เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค จ.ลำปาง สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ เครือข่ายสลัมสี่ภาค สภาเครือข่ายองค์กรประชาชนแห่งประเทศไทย สมัชชาคนจน สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเพื่อคนจน เครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์และองค์กรพันธมิตรแรงงาน และกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน แต่กว่าผู้ชุมนุมชุดสุดท้ายจะออกจากจุดระดมพลได้ก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง มองจากท้ายขบวนไม่เห็นหัวขบวนแต่เราก็สื่อสารเชื่อมขบวนกันโดยใช้รถขยายเสียง และมีผู้ประสานงานกลุ่มผ้าพันคอสีแดงคอยดูแลขบวนให้เป็นระเบียบ

แถวขบวนของเราออกเดินไปตามท้องถนนเจริญประเทศ มุ่งหน้าไปยังสะพานนวรัฐ เป้าหมายคือสถานกงศุลสหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ เสียงเพลงมาร์ชปลุกเร้า "โซลิดาริตี้" หรือ "สานใจคนเดินดิน" ก้องกังวาลไปทั่ว ผู้ชุมนุมหลายคนซึ่งคุ้นเคยเพลงนี้มาบ้างแล้วร้องเพลงด้วยเสียงอันดัง บางคนที่ยังไม่คุ้นเคยก็ร้องคลอตามไป หลายคนยกกำปั้นชูขึ้นไปบนอากาศเมื่อถึงท่อนที่ว่า "พวกเราเหล่ากรรมกรและชาวนา สู้" ในท่ามกลางบรรยากาศเช่นนั้น เราทุกคนถูกหล่อหลอมจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และพร้อมที่จะเดินหน้าเพื่อแสวงหาชัยชนะร่วมกัน

เมื่อถึงสะพานนวรัฐ แถวขบวนของเราทุกคนหยุดเพื่อทำพิธีกรรมบวงสรวงครูบาศรีวิชัย ครูบาเจ้าแห่งล้านนา จากนั้นนักบุญแห่งล้านนาไทย จากนั้นเคลื่อนผ่านตลาดวโรรส และหยุดตรงบริเวณหน้าสถานกงสุลสหรัฐอเมริกา จ.เชียงใหม่ พิธีกรรมตัดไม้ข่มนามเริ่มขึ้น ณ จุดนั้น เพชฆาตหน้าตาถมึงทึง แต่งกายเหมือนนักรบไทยในตำนาน ยืนอยู่หน้าหุ่นสองตนที่เป็นตัวแทนการเจรจาของสองฝ่าย เราตาแทบไม่กระพริบเมื่อเพชฆาตเริ่มร่ายรำดาบเหมือนลีลาการประหารชีวิตจริงๆที่เกิดขึ้นในอดีต หลายคนลืมคิดไปว่านี่คือการแสดง จนเมื่อหุ่นผู้นำเจรจาของสองฝ่ายหลุดออกจากบ่ากลิ้งลงบนพื้น ผู้ร่วมชุมนุมจึงร้องตะโกนอื้ออึงขึ้นพร้อมกัน ... พิธีกรรมแรกที่เป็นการเปิดฉากการต่อต้านเอฟทีเอครั้งใหญ่ที่สุดได้เริ่มต้นขึ้นแล้วด้วยความฮึกเหิม

ตัวแทนของเรายื่นหนังสือถึงนาย Scott Mansen รองกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำ จ.เชียงใหม่ ถึงหัวหน้าคณะเจรจาเอฟทีเอ ของฝ่ายสหรัฐ ในหนังสือนั้นบอกว่าประชาชนในประเทศไทยไม่ต้องการเห็นการเจรจาเอฟทีเอเกิดขึ้น เพราะมันเป็นข้อตกลงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเกษตรกรและคนไทยทุกคน ในขณะที่มีผู้ได้ประโยชน์เป็นแค่คนกลุ่มเล็กๆที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล เนื้อหาและกระบวนการเจรจาที่ผ่านมาทั้งหมดไม่เคยถูกเปิดเผย ไม่มีความโปร่งใส และไม่ผ่านการพิจารณาจากกระบวนการทางรัฐสภา พวกเราประกาศว่า เรามาที่นี่เพื่อทำทุกวิถีทางที่จะทำให้การเจรจายุติ อเมริกันหนุ่มคนนั้นรับปากว่าจะนำหนังสือยื่นต่อหัวหน้าคณะเจรจา Babara Weisen และนั่นเป็นการคุยครั้งสุดท้ายกับพวกเขา เราเคยทำหนังสือถึงประธานาธิบดีและผู้นำในรัฐสภาของเขา เราได้อธิบายสิ่งที่สังคมไทยจะได้รับผลกระทบมาหลายครั้งและไม่เคยได้รับคำตอบกลับมา พวกนักเจรจาเหล่านั้นเดินทางมาแผ่นดินของเราเพื่อบอกว่าพวกเขาต้องการอะไรจากเรา แต่ไม่เคยฟังว่าพวกเราจะยากลำบากเช่นไรจากสิ่งที่เขาเอาจากเราไป

ระหว่างการเคลื่อนขบวน พวกเราแจกจ่ายแผ่นพับเล็กๆให้กับคนเชียงใหม่ ข้างในแผ่นพับบรรจุเนื้อหาง่ายๆที่อธิบายเรื่องผลกระทบจากสิทธิบัตรยา สิทธิบัตรสิ่งมีชีวิตที่มีต่อคนไทยและทรัพยากรชีวภาพของเรา รวมทั้งผลกระทบที่มีต่อเกษตรกรจนพวกเขาต้องล่มสลาย ที่มีหน้าปกแของแผ่นพับนั้นสะดุดตาเพราะมีภาพวาดชายสองคนซึ่งหน้าละม้ายคล้ายผู้นำของไทยและสหรัฐกอดคอยิ้มร่าดึงดูดสายตาคนที่ได้รับเป็นอันมาก แผ่นพับนี้ไม่มีชื่อแต่ต่อมาภายหลังเมื่ออาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหวันบอกว่าอยากได้แผ่นพับ "กุ๊ยสองคน" ไปให้นักข่าวต่างประเทศ ชื่อของแผ่นพับก็เป็นที่รับรู้กันตั้งแต่บัดนั้น

ขบวนพักรับประทานอาหารกันที่ประตูท่าแพ ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณหน้าโรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง หนึ่งในสองโรงแรมที่เป็นสถานที่เจรจา "ขายประเทศ"

ที่หน้าโรงแรมตำรวจหลายร้อยนายระดมกำลังนำแผงเหล็กมากั้นปิดทางเข้าออก พวกเราบางส่วนลัดเลาะไปสืบข่าวพบว่ามีตำรวจอีกหลายร้อยและบางทีอาจถึงพันนายกระจายกำลังสำรองอยู่ด้านหลังและด้านในโรงแรม บนรถนำขบวน ผู้นำจากเครือข่ายเกษตร ผู้ติดเชื้อ และเครือข่ายอื่นๆหมุนเวียนขึ้นปราศรัยอธิบายให้ทราบว่า เอฟทีเอทำให้ราคายาแพงขึ้นอย่างไร เกษตรกรภาคเหนือและภาคอื่นๆล่มสลายลงเพราะเอฟทีเอที่รัฐบาลลงนามกับจีนและออสเตรเลียแล้วอย่างไร และหายนะอะไรยิ่งกว่าที่จะส่งผลกระทบต่อพวกเราทั้งหมดหากรัฐบาลลงนามกับสหรัฐอเมริกา

ขบวนของเราได้รับความสนใจยิ่งทั้งจากคนไทยและต่างประเทศ หลายคนปรบมือให้เรา และหลายคนเดินเข้ามาถามให้เราอธิบายว่าทำไมเราถึงมาชุมนุมกัน หลายคนขอถ่ายรูปร่วมกับพวกเราและจับมือให้กำลังใจเมื่อรู้ว่าเรากำลังต่อสู้กับอะไรอยู่ เราพบว่าเกือบทุกคนที่มีโอกาสได้ฟัง ได้อ่าน ได้พูดคุยกับเรา ล้วนแล้วแต่สนับสนุนเราแทบทั้งสิ้น เราได้ประเมินเรื่องนี้กันอีกครั้งหนึ่งเมื่อเร็วๆนี้ เราพบว่ามีเพียงพ่อค้าคนสองคน กับคนขับรถไม่กี่คนที่แสดงออกว่าไม่พอใจที่เราทำให้ภารกิจของเขาสะดุดหยุดลงชั่วคราว แต่เอาเถิดหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ผ่านพ้นไปพวกเขาจะเข้าใจมากขึ้น พี่น้อง ญาติมิตร และลูกหลานของพวกเขาไม่คนใดก็คนหนึ่งจะขอบคุณขบวนการต่อสู้เรื่องเอฟทีเอที่ได้รักษาอนาคตของแผ่นดินและชีวิตของพวกเขาเอาไว้

เมื่อบ่ายแก่ๆขบวนเราเคลื่อนขบวนกลับไปชุมนุมกันที่ประตูท่าแพอีกครั้งหนึ่ง เวทีวิชาการชั่วคราวถูกติดตั้งขึ้นบนรถบรรทุกนำขบวน ผู้นำอภิปรายทางวิชาการประกอบไปด้วย ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ จากหน่วยปฏิบัติการวิจัยเภสัชศาสตร์สังคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานกรรมาธิการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วุฒิสภา อาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ สมาชิกวุฒิสภาผู้ได้รับรางวัลแมกไซไซสาขาสิทธิมนุษยชน ดร.เจษฎ์ โทณวินิก คณบดี คณะนิติศาสตร์ ม.สยาม และคุณบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ จากโครงการยุทธศาสตร์ฐานทรัพยากร ปีนขึ้นไปอภิปรายบนเวที วิเคราะห์ให้เห็นเบื้องหน้าเบื้องหลังเกี่ยวกับเอฟทีเอไทย-สหรัฐทุกแง่มุม นี่อาจเป็นเวทีวิชาการครั้งแรกที่มีผู้เข้าร่วมฟังการอภิปรายของพวกเขามากที่สุดนับหมื่นคน แต่อาจจะไม่ใช่การอภิปรายครั้งสุดท้าย และผู้ที่เข้าฟังการอภิปรายแบบนี้อาจมากกว่านี้หลายเท่าหากว่าหากรัฐบาลยังคงดึงดันเดินหน้าทำเอฟทีเอกับสหรัฐต่อไป


ขบวนของเรากลับจากประตูท่าแพเมื่อตอนสองทุ่มกว่า กลับมาที่ศูนย์ชุมนุมพลหน้าสถานีรถไฟ คืนนั้นอากาศหนาวเย็น น้ำค้างพร่างพรมจนเสื่อที่ปูบนพื้นหญ้าและเสื้อผ้าของหลายคนเปียกชุ่ม ไม่มีใครบอกได้ว่าเราจะได้กลับมานอนที่นี่ ? ในพื้นคอนกรีตของที่คุมขัง ? หรือที่นอนอบอุ่นในบ้านของเราเอง ? แต่ใครจะสนใจเรื่องแบบนี้เล่า ? ในเมื่อภาระกิจของเราคือการหยุดยั้งเอฟทีเอ และทวงคืนประเทศไทยของเรากลับมา
 

เรื่องน่ารู้
คำประกาศสิทธิ ผู้ป่วย
สิทธิประโยชน์เรื่องยาต้านไวรัส
  - ประกันสังคม
  - หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
เกาะติดงาน FTA
 ระวังโครงการ 30 บาทล่มสลาย
แถลงประกาศชัยชนะเบื้องต้น
แถลงการณ์ "จุดยืน" เครือข่ายฯ
แถลงการณ์กลุ่ม "ศึกษาปัญหายา"
ฉันคือเด็กคนหนึ่ง
ข้อเท็จจริง 10 ประการ
เรื่องเล่าการชุมนุม FTA
การชุมนุมเอฟทีเอวันที่ 8-9 

 การชุมนุมเอฟทีเอวันที่ 10 

การชุมนุมเอฟทีเอวันที่ 13 

ภาพบางส่วนจากการชุมนุม
 
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย
494 ซอยนครไทย 11 ลาดพร้าว 101 คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพ 10240
โทร. (66)2377-5065 แฟกซ์ (66) 2377-9719 E-mail : tnpth@thaiplus.net