รู้จักเครือข่าย
งานเครือข่าย
การทำงานกับ รพ. ของกลุ่ม
กว่าจะถึงวันนี้ "ยาต้าน"...
ชมรมจัดซื้อยา
การต่อสู้เรื่องสิทธิบัตร
 สมาชิกเครือข่าย
LINKS
สำนักโรคเอดส์
FTA watch
มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
สำนักงานหลักประกัน
สำนักงานประกันสังคม
ประชาไท
มพบ.
ตรวจเลือด...ต้องสมัครใจ

สิทธิบัตรยาข้ามชาติ ทำลายชีวิต…  แกล็กโซต้องถอนคำขอสิทธิบัตร “คอมบิด” ออกจากประเทศไทย

แถลงการณ์เครือข่ายผู้ติดเชื้อและองค์กรพันธมิตร

ครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านเอดส์ ได้เดินหน้าต่อสู้เรื่องสิทธิบัตรยาข้ามชาติมาโดยตลอด และในวันนี้ (7 สิงหาคม 49) มีเพื่อนพี่น้องจากเครือข่ายผู้ติดเชื้อทั่วประเทศกว่า 500 คน ได้เดินทางมาอยู่หน้าบริษัทแกล็กโซ สมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด เนื่องจากทนไม่ได้กับพฤติกรรมที่น่าละอาย  เอารัดเอาเปรียบผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ที่จำเป็นต้องใช้ยาต้านไวรัส ในการดำรงชีวิตอยู่
 

บริษัทแกล็กโซ ได้ใช้เล่ห์กลทางกฎหมายสิทธิบัตร ยื่นจดสิทธิบัตรยาที่มีลักษณะเอายาสองชนิดมารวมอยู่ในเม็ดเดียวกันคือยาสามทีซี และเอแซดที  ในหลายๆประเทศ  รวมทั้งประเทศไทยด้วยโดยใช้ชื่อทางการค้าว่า "คอมบิด" ทั้งที่ยาดังกล่าวไม่ได้เป็นยาใหม่และไม่ได้มีกรรมวิธีการผลิตที่มีความซับซ้อนหรือใช้เทคโนโลยีขั้นสูงแต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมาองค์การเภสัชกรรมของไทยสามารถผลิตยาซิลาเวียร์ ซึ่งมีส่วนผสมเดียวกันออกจำหน่ายในประเทศมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยองค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตและขายยาตัวนี้ได้ในราคา 1,500 บาทต่อเดือน เมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่ขายโดยบริษัทยาที่มีราคาแพงมากกว่าห้าเท่าตัวคือ 8,346 บาทต่อเดือน หากข้าราชการ  กรมทรัพย์สินทางปัญญา  กระทรวงพาณิชย์  สมยอมให้มีการจดสิทธิบัตรยาดังกล่าวแก่บริษัทแกล็กโซ จะส่งผลให้ผู้ติดเชื้อผู้ป่วยเอดส์มากกว่า 5,000 คนได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถใช้ยาดังกล่าวต่อไปได้  ระบบหลักประกันสุขภาพต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นในการซื้อยาดังกล่าว  เพราะองค์การเภสัชกรรมจะไม่สามารถผลิตยาราคาถูกได้อีกต่อไป

เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านเอดส์ และนักวิชาการเห็นว่าหากคำขอรับสิทธิบัตรของบริษัทแกล็กโซ ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ นอกจากจะทำให้องค์การเภสัชกรรม ที่เป็นแหล่งผลิตยาสำคัญภายในประเทศจะไม่สามารถผลิตยาออกจำหน่ายได้แล้ว ยังทำให้ผู้ป่วยและผู้บริโภคต้องซื้อยาในราคาแพง ประชาชนที่ยากจนไม่สามารถเข้าถึงยา และทำให้เสียชีวิต

 ในนามตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย และเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ ขอยืนยันว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการดูแลรักษาสุขภาพ และระบบสุขภาพที่ดีจะเกิดขึ้นได้ยากถ้าประเทศเราไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ในการผลิตยาในประเทศ การมาต่อสู้ของพวกเราในครั้งนี้จึงมีหลักการสำคัญคือ ต้องการลดการผูกขาดการผลิตยาข้ามชาติ และสนับสนุนให้มีการผลิตยาราคาถูกในประเทศ ดังนั้น เราจึงขอเรียกร้องให้บริษัทแกล็กโซสมิทไคล์น ถอนคำขอรับสิทธิบัตรยาคอมบิดที่ไม่ชอบธรรมออกจากประเทศไทยทันที

วันที่ 7 สิงหาคม 2549

เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย

องค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านเอดส์

 

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับคอมบิด

ยาคอมบิด เป็นชื่อทางการค้าของบริษัทแกล็กโซ สมิทไคล์น (Glaxo Smith Kline : GSK) ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเอชไอวีที่เป็นนำยาสองตัวคือเอแซดทีกับสามทีซีมารวมกันเพื่อความสะดวกในการทานยา ซึ่งองค์การเภสัชกรรมของไทยสามารถผลิตยาแบบเดียวกันนี้ภายใต้ชื่อ "ซิลาเวียร์" เนื่องจากยาคอมบิดได้ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาและได้เปิดเผยรายละเอียดการผลิต โดยคนทั่วไปสามารถค้นหาข้อมูลได้ ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2540 (ก่อนเข้ามาขอสิทธิบัตรในเมืองไทย)

อย่างไรก็ดี ยาคอมบิดยังไม่มีสิทธิบัตรในประเทศไทย ดังนั้น เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2540 บริษัทแกล็กโซได้จึงได้ขอจดสิทธิบัตรยาดังกล่าวในเมืองไทย ซึ่งทุกครั้งที่มีการขอจดสิทธิบัตรจำต้องมีการประกาศให้สาธารณชนทราบ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีการประกาศแล้ว ใครไม่เห็นด้วยก็จะได้สามารถยื่นคำคัดค้านได้ก่อนที่จะมีการประกาศให้สิทธิบัตร

มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา (มสพ.) จึงได้ยื่นคัดค้านการจดสิทธิบัตรของบริษัทดังกล่าวไปที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์  เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2540 ด้วยเหตุผล

·        ยานี้ไม่ใช่ยาใหม่  มีการใช้อย่างแพร่หลายแล้ว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

·       การนำยาสองชนิดมารวมกันนั้น เป็นเพียงการคิดค้นและผลิตขั้นพื้นฐานในวงการเภสัชกรรม 

เราเห็นว่าด้วยเหตุผล 2 อย่างนี้ ยาคอมบิดจึงไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการจดสิทธิบัตรในเมืองไทย

แต่เมื่อ วันที่ 11 ตุลาคม 2548 ตามหนังสือเลขที่ พณ 0706/1230 ของสำนักสิทธิบัตร  กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีคำสั่งยกคำร้องคัดค้านของมูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา โดยให้เหตุผลว่าไม่มีเอกสารฉบับใดที่ปรากฏให้เห็นชัดว่ามีการเปิดเผยข้อมูลของสิ่งประดิษฐ์อย่างครบถ้วน หากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยสามารถอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรในเวลา 60 วัน มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา จึงได้ยื่นคำอุทธรณ์ไปทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์

นอกจากเราจะมีการเคลื่อนไหวในเชิงวิชาการเพื่อคัดค้านการจดสิทธิบัตรยาคอมบิดแล้ว เรายังมีการเคลื่อนไหวในภาคประชาสังคมอีกทางหนึ่งดังเช่นในวันที่ 7 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ด้วยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ติดเชื้อไม่สามารถเข้าถึงยาได้คือ การที่ยามีราคาแพงเนื่องจากมีการผูกขาดจากบริษัทยาต่างประเทศที่มีสิทธิบัตร

 

เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย 7/8/49

เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย
494 ซอยนครไทย 11 ลาดพร้าว 101 คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพ 10240
โทร. (66)2377-5065 แฟกซ์ (66) 2377-9719 E-mail : tnpth@thaiplus.net